Showing posts with label ปรีดา ลิ้มนนทกุล. Show all posts
Showing posts with label ปรีดา ลิ้มนนทกุล. Show all posts

137: การยื่นคำร้องขอรับค่ารักษาพยาบาล จากประกันสังคม รอบทุก 6 เดือน

สวัสดีครับทุกท่าน บทความตอนนี้ ผมจะนำตัวอย่างการยื่นคำร้องขอรับเงินค่ารักษาพยาบาล และค่าเดินทาง จากประกันสังคม จำนวนมูลค่ารวม 15,000 บาท โดยใช้แบบฟอร์ม สปส. 2-01 "แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม" สำหรับค่ารักษาพยาบาล ในแบบฟอร์มหัวข้อยอดเงินที่ตั้งเบิก คือ ค่ารักษาพยาบาล 6 เดือนๆ ละ 2,000 บาท รวม 12,000 บาท และในระเบียบใหม่ ทางประกันสังคมจะให้ค่าเดิทางเดือนละ 500 บาท ของ 6 เดือน รวม 3,000 บาท รวมทั้งสิ้นที่จะได้รับเงิน = 12,000+3,000 = 15,000 บาท

ผมขอลงรายละเอียดการยื่นคำขอ นะครับ สำหรับแบบฟอร์ม สปส. 2-01 สามารถดาวน์โหลดได้ตามอินเตอร์เน็ต "ค่ารักษาพยาบาล" มีที่มาที่ไปจาก 20 ปีก่อน เมื่อปี 2544 ผมได้ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ในขณะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ผ่านขั้นตอนมากมายที่สุดท้าย ทำให้ได้รับเงินชดเชยประจำเดือนๆ ละ 7,500 บาท และยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้อีกเดือนละไม่เกิน 2,000 บาท ยกเว้นถ้าเปน รพ.รัฐบาล ผมไม่ต้องสำรองเงินไปก่อน มาเบิกภายหลัง เช่นที่ผมกำลังพิมพ์บทความนี้อยู่ 

หากไปรับการรักษาที่ รพ.รัฐบาล ไม่ว่ายอดเงินจะมีค่าใช้จ่ายสูงเท่าไหร่ ก็ไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงแจ้งว่าใช้สิทธิประกันสังคม ยกเว้นไปรับการรักษาที่ รพ.เอกชน เช่น กรณีตัวอย่างของผมเป็นต้น ที่ไปรับการรักษาที่ รพ.ชลลดา และ รพ.พญาไท 1 ซึ่งเหตุที่ต้องไปใช้บริการ รพ.เอกชน เนื่องจากผมไม่ได้เจ็บป่วยเรื้อรังจนทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก จนจ่ายไม่ไหว การยายามให้มีค่าใช้จ่ายเพียงเดือนละ 2,000 - 2,500 บาท ทำให้สำรองจ่ายไปก่อนได้ และ รพ.เอกชน ก็มีความสะดวก ไม่ต้องรอคิวนาน ครับ

ผมกำลังจัดทำเอกสาร ด้วยการพิมพ์ในแบบฟอร์ม ซึ่งทำให้เมื่อต้องทำซ้ำทุก 6 เดือน
มีความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสาร ประกอบด้วย แบบฟอร์ม เอกสารบุคคล ใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์์


ตัวอย่างใบเสร็จ รพ.ชลลดา และ รพ.พญาไท 1


ผมนำเอกสารทั้งหมดที่ยื่นขอรับค่าค่ารักษาพยาบาล กรณีของผม มาแสดงเป็นตัวอย่างแบ่งปันให้ทุกท่านได้ทราบ ซึ่งผมไม่สะดวกที่จะยื่นขอฯ ทุกเดือน ผมสะดวกทุก 6 เดือน สมัยก่อนที่จะแต่งงานมีครอบครัว น้องสาวผมจะยื่นทุก 12 เดือน ครับ

ตัวอย่างกรอกแบบฟอร์ม สปส. 2-01 "แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม" 

ต้องแนบสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร เพื่อให้ทางประกันสังคมโอนเงินเข้าบัญชี

ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน 

ต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้าน

ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน เดือนที่ 7 ปี 2564


ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน เดือนที่ 8 ปี 2564


ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน เดือนที่ 9 ปี 2564


ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน เดือนที่ 10 ปี 2564


ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน เดือนที่ 11 ปี 2564


ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน เดือนที่ 12 ปี 2564


ส่วนล่างเป็นเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ประกันสังคมออกให้ว่ารับเอกสารเรียบร้อยแล้ว


ในช่วงหลายปีมานี้ ผมมีเรื่องยุ่งยากในกาต่อสู้กับกลุ่มทุจริตคอรัปชั่น-ประพฤตมิชอบ ถูกรุมฟ้องหลายคดี อีกทั้งมีงานเอกสารค่อนข้างมากมาย ต้องทำเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับงานจำนวนกว่า 10 เว็บไซต์ ทำให้ไม่มีเวลาพิมพ์บทความที่เกี่ยวข้องกับความพิการ และสิทธิคนพิการ ปีหน้า 2565 ที่กำลังใกล้เข้ามา ผมจะแบ่งเวลาพิมพ์บทความให้ทุกท่านที่ตามอ่านได้อัพเดทข้มูล ที่ผมได้เตรียมข้อมูลและภาพถ่ายไว้รอพิมพ์บทความอีกกว่า 30 บทความครับ


พิมพ์เมื่อ 12 ธันวาคม 2564

133: ต่อเนื่องจากการรายงานตัวเมื่อย้ายที่อยู่อาศัย ต้องรายงานตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ @ 24-10-60

สวัสดีครับเพื่อนๆ บทความที่เกี่ยวกับสิทธิ์คนพิการ ผมอาจจะเขียนน้อยลงมากๆ สำหรับบล็อกนี้นั้น หากเป็นประสบการณ์ตรงจากตัวผม ผมจะพยายามรีบเขียนทันที ครั้งนี้สืบเนื่องจากผมได้รับหนังสือให้รายงานตัวในฐานะคนพิการที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพิมลราช ดังเช่นที่ผมเคยเขียนเอาไว้ในตอนที่ 132 นะครับ เพื่อนๆ ลองไปอ่านดูครับ พอปีต่อมา 2560 นี้ มีหนังสือให้รายงานตัวอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นการสำรวจว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อีกั้งในรายละเอียดยังให้มีการระบุว่า จะรับเบี้ยยังชีพหรืไม่ ด้วยครับ

อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่เพราะว่าทาง ทศ.พิมลราช ให้รายงานตัวภายใน 30 ก.ย.60 แต่ผมมารายงานตัวช้า มาซะ 24 ต.ค.60 เลยช้าไปเกือบ 1 เดือน แต่ทาง จนท. ไม่ได้ตำหนิใดๆ ผมไม่ได้ขึ้นไปเอง น้องที่ขับรถขึ้นไปเดินเรื่องให้ แต่นำเอกสารลงมาให้เซ็นต์ชื่อแทนครับ ด้วยความรวดเร็ว ก็รีบไปทำธุระต่ออีก 2 แห่ง

ภาพอาคารของเทศบาลเมืองพิมลราช (Google)


ภาพถ่ายที่ผมถ่ายจากมือถือตอนขณะนั่งในรถครับ


ดังนั้น หากมีหนังสือ ให้รายงานตัว เพื่อนๆ คนพิการควรรีบดำเนินการนะครับ เพราะว่า อาจถูกตัดสิทธิ์คนพิการ อันพึงได้ ของตัวเราเองได้ครับ

129: คนพิการยื่นภาษีล่าช้าอีกแล้ว (ปี 2557-2558) แต่ก็ต้องยื่นนะครับ @ 59-05-31

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ คือ การยื่นภาษีบุคคลประจำปี สืบเนื่องจากบทความเก่าที่ผมเคยยื่นภาษีล่าช้าของปี 2556 คราวนี้ไปกันใหญ่ผมยื่นล่าช้า 2 ปีติดเลย คือของปี 2557-2558 เนื่องจากตลอดปี 2558 ชีวิตวุ่นวายอย่างมาก แล้วจะทยอยนำมาแบ่งปันนะครับ เพราะเกี่ยวเนื่องกับหลายๆ เรื่อง ที่ต้องนำออกมาชี้แจงด้วย เพราะส่วนตัวแล้วคิดว่า ต้องชี้แจง เพราะมีความเข้าใจผิดอย่างมากในด้านการทำงาน

สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในจิตใจเมื่อมายื่นภาษี รู้สึกดีกับตัวเองอย่างมาก เปรียบเสมือนได้ทำหน้าพลเมืองดีของประเทศชาติ ปีนี้สำหรับสองปีที่ผมยื่นล่าช้าเพราะผมต้องค้นหาเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ครบ เนื่องจากเมื่อปี 2556 ผมไม่ได้เตรียมมาเลย จึงทำให้ต้องเสียภาษี ปีนี้จึงลองหามาจนครบ พบว่าได้คืนภาษีบางส่วนเพราะผมถูกหักเต็มที่ จึงทำให้รู้สึกว่าครั้งเตรียมตัวมาดี และยังได้ทราบถึงการหักลดหย่อนก่อนคำนวณภาษี 190,000 บาท ซึ่งเป็นตัวช่วยได้อย่างมากครับ



ขอแนะนำให้คนพิการ หรือคนไม่พิการทุกคน เวลาทำงานแล้วโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องเก็บเอกสารไว้ หรือหากสูญหาย ให้ลองพยายามติดต่อที่ต้นทางดูก่อน ไม่งั้นก็จะทำให้เสียโอกาสในการขอคืนภาษีได้ครับ สุดท้าย คนพิการที่ทำงานแล้ว อย่าลืมยื่นภาษีประจำปีด้วยนะครับ ถึงเลยไปแล้ว ก็ยื่นได้ครับ ถ้าเรามีความตั้งใจครับ


132: กรณีศึกษาคนพิการย้ายที่อยู่อาศัย ต้องยื่นเรื่องขอเบี้ยยังชีพด้วย ตอนที่ 1 @ 59-05-31

สวัสดีครับเพื่อนๆ (ไม่ได้พิมพ์บทความเรื่องสิทธิ์คนพิการเสียนาน) สำหรับบทความนี้เป็นเรื่องเบี้ยยังชีพคนพิการ ที่ได้รับเดือนละ 800 บาท ซึ่งเดิมมีระเบียบว่า คนพิการต้องยื่นเรื่องขอเบี้ยยังชีพระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน ของทุกปี จากนั้นในปีงบประมาณถัดไปจึงจะได้รับเงิน แต่ปัจจุบันเมื่อ 28 พฤษภาคม 2559 รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ออกมาแถลงข่าวว่าคนพิการขึ้นทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพได้ตลอดทั้งปี และในเดือนถัดไป สามารถรับเงินเบี้ยยังชีพได้เลย (ผมได้นำภาพข่าวมาแบ่งปันให้ด้วยครับ)

คราวนี้ผมมีกรณีศึกษาของตัวผมเองมาแบ่งปัน สืบเนื่องจากผมมีการย้ายบ้านจากพื้นที่ตำบลหนึ่งไปอีกตำบลหนึ่ง จึงได้รับหนังสือจากที่เดิมให้ไปขึ้นทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพที่ใหม่ ไม่งั้นจะไม่ได้รับเบี้ยยังชีพในปีถัดไป แต่ปรากฎว่าผมไม่ได้เปิดอ่านหนังสือฉบับนี้จนเลยมาหลายเดือน (คือเลย พ.ย.58) จึงโทรไปสอบถามที่เทศบาล ได้คำตอบว่า จะไม่ได้รับเบี้ยยังชีพตั้งแต่ ต.ค.2559-ก.ย.2560 จนทราบข่าวของรัฐมนตรี (จริงๆ ทราบล่วงหน้าแล้ว)



ที่มาของข่าว http://www.dailynews.co.th/regional/400455


หลังจากมีการแถลงข่าว ผมจึงลองติดต่อกลับไปที่ทางเทศบาลเมืองบางบัวทองอีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า ถึงทางรัฐมนตรีจะแถลงข่าว แต่ในระดับรัฐท้องถิ่น ยังไม่ได้รับหนังสือเป็นทางการ คือ ยังไม่ได้รับคำสั่ง ผมจึงเสนอว่า หลังจากนี้สักเดือนหน้า (มิ.ย.2559) ผมจะไปติดต่อที่ อบต.พิมลราช ถึงกรณีแถลงข่าว ว่าจะขอีับเบี้ยต่อเลยได้ไหม ตามที่ทาง จนท.กองสวัสดิการ บางบัวทอง แนะนำ ซึ่งยังพอมีเวลาให้ยื่นเรื่องก่อน กันยายน 2559

และ จนท. ยังแนะนำอีกว่า หากทาง อบต.พิมลราช ไม่ให้ยื่นเรื่อง ให้กลับมาทำเรื่องที่ เทศบาลเมืองบางบัวทอง แทนก็ได้ คืบหน้าอย่างไร ผมจะนำมาแบ่งปันในตอนที่ 2 ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ


128: พิการรุนแรงครบ 13 ปี ยังคงต้องเช็คพุงเหมือนเดิมครับ @ 57-10-19

สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อ 9 มค.56 ก็เกือบ 1 ปี 10 เดือน ที่ผมเคยเช็คท้องป่อง เอาไว้ รวมถึงได้เขียนบทความที่เราคนพิการรุนแรง ควรให้ความสำคัญกับการมีพุง แน่นอนว่าเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนพิการรุนแรงนั้นไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้เคลื่อนไหวมากๆ แบบคนไม่พิกร ทำให้การเผาผลาญพลังงานนั้นน้อยกว่ามากๆ อีกทั้งต่อมเหงื่อที่คอยขับไขมันได้ส่วนหนึ่งก็ไม่ทำงานสักเท่าไหร่ ดังนั้นทางเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ต้องเลือกกินครับ สำหรับบทความนี้ก็เช่นเคยครับ เกือบ 2 ปีแล้ว ปัจจุบันผมก็อายุ 42 ปี จึงนำภาพพุงป่องมาแบ่งปันเช่นเคย


ภาพนี้เมื่อ 19 ตค.57 ครับ


ส่วนภาพนี้เมื่อ 9 มค.56 ครับ


ส่วนตัวยังเห็นว่า ยังไม่ป่องเท่าไหร่ ยังพอรับได้ครับ ผมก็ยังโรคจิตเหมือนเดิม ลูบพุงทุกๆ วัน หลังจากขับถ่ายทุกๆ เช้า ทุกๆ วัน ยังคงหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่เป็นคนพิการรุนแรงเหมือนกันนะครับ และหากว่าจะเลยไปถึงคนไม่พิการด้วยก็จะยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ครับ

พิมพ์เมื่อ 20 ตุลาคม 2557

127: สุดท้ายก็ชอบแก้วไวน์จนได้ @ 57-10-02

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องแปลกๆ ในชีวิตมาแบ่งปัน แต่เกี่ยวข้องกับความพิการ จึงขอนำมาวางในบล็อกนี้ครับ ไม่มีอะไรมากเพียงแต่สังเกตว่า ในวันที่สัมภาษณ์คนพิการเพื่อร่วมโครงการฝึกอบรม -ฝึกงานคนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำงานกับบริษัท Central Group นั้นได้ดื่มน้ำเปล่าจากแก้วลักษณะคล้ายแก้วไวน์ ซึ่งปกติแล้วก็จะไม่เป็นคนที่ดื่มไวน์อยูแล้ว เพียงแต่เมื่อได้สังเกตุดูอีกครั้ง พบว่าแก้วไวน์ช่างเหมาะสมกับคนพิการรุนแรงอย่างผมที่พอจะหนีบก้านแก้วไวน์ได้ อย่างลงตัว จึงนำข้อสังเกตุนี้มาแบ่งปันครับ



ส่วนว่าอนาคตจะใช้แก้วนี้รึเปล่า จะไปสอบถามที่บ้านดู แต่คิดว่าอีกหน่อยคงได้ใช้นะครับ เพราะมีบางสิ่งบางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงบ้างแล้วในชีวิตที่เหลืออยู่ครับ ผมกำลังเก็บข้อมูลแล้วจะนำมาแบ่งปันในโอกาสหน้าครับ

พิมพ์เมื่อ 5 ตุลาคม 2557

125: คนพิการมีรายได้ก็ต้องเสียภาษี/ ไปเสียภาษีช้าดีกว่าไม่ไปเลย @ 57-06-12

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ผมอาจจะยังไม่เคยเขียนถึงตรงๆ คงจะมีเอ่ยถึงบ้าง คือการไปเสียภาษีบุคคลที่กรมสรรพากร แต่นี่ก็เลยกำหนดมาแล้ว เกินเวลาผ่อนผันมาแล้ว เหมือนจะทำผิดยังไงก็ไม่รู้ อารมณ์ความรู้สึกตอนวัยเรียนมัธยมแว๊บเข้ามาเลย กับคำพูดที่ต้องบอกตัวเองกับบอกคุณครูว่า "มาสายยังดีกว่าไม่มาครับ" ถึงจะจ่ายช้า และยอมรับได้ว่าจะถูกค่าปรับ ก็ต้องจ่ายครับ เพราะการเสียภาษี เป็นหน้าที่ของบุคคลที่มีรายได้ แม้ว่าเป็นคนพิการก็ต้องเสียภาษีครับ

ผมไปที่กรมสรรพากร เขตบางบัวทอง ตอนนี้เจ้าหน้าที่เริ่มจำหน้าได้แล้วครับ ผมชอบมาวันที่ไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ โล่ง และไม่ต้องรอนาน ดงันั้นวันที่ 7 กับ 15 อย่ามา มาแล้วจะเครียด พอตอนรอจ่ายค่าภาษี+ค่าปรับ เจ้าหน้าที่ก็พยายามอย่างมาก ซักถามผมถึงรายละเอียดของงาน เพราะเห็นว่าไม่ได้คืนภาษีที่ถูกหักไว้ แล้วยังต้องจ่ายอีก น่าจะเพราะเห็นว่าพิการก็เลยไม่อยากให้จ่ายมาก ผมจึงบอกเจ้าหน้าที่ไปว่า "ไม่เป็นไรครับ ถ้าต้องจ่ายก็ต้องจ่าย เป็นคนไทยอยู่ในประเทศไทยต้องจ่ายภาษีครับ" เจ้าหน้าที่ก็เอ่ยปากว่า "ขอบคุณมากๆ คะ"



นำภาพมาแบ่ง นำประสบการณ์มาให้อ่านกัน เราคนพิการ ยังไงถ้ามีรายได้แล้วก็อย่าละเลยที่ต้องทำหน้าที่พลเมืองไทยที่ดี ด้วยการเสียภาษี ด้วยนะครับ

124: ท้องเสียแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จึงตัดสินใจมาหาคุณหมอที่ รพ.รามาธิบดี ครับ @ 17 ก.ย.56

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีความจำเป็นแบบแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ทำให้ต้องมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เริ่มจากเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ย.56 อยู่ดีๆ ก็ท้องเสีย รุ่งขึ้นก็ยังไม่ดีขึ้น  วันอังคารจึงตัดสินใจมาหาหมอที่ รพ. ตอนช่วงบ่ายแก่ๆ คืออกจากบ้านบ่าย 3 รถติดสุดๆ แปลกมาก มาถึงก็เกือบ 5 โมงเย็น และก็เก็บอุจจาระมาด้วย รอคิวนานพอสมควร น่าจะสัก 1 ชม. (คิดอีกที 1 ชม. นี่ก็น่าจะเร็วแล้วนะเนี่ย) โชคดีมีกระปุกเก็บเชื้อพอดี เอามาให้คุณหมอดูด้วย

ตอนพบคุณหมอ คุณหมอบอกว่าจากความพิการที่เป็น คุณหมอตรวจยากเพราะผมไม่รู้สึกอะไร จึงขอเจาะเลือดตรวจแทน ต้องรอประมาณ 2 ชม. จึงจะทราบผล ซึ่งผมรอไม่ได้ ประมาณ 2 ทุ่มจึงกลับบ้านก่อน เพราะว่าผู้ช่วยตาเยิ้มแล้ว สงสัยจะง่วงนอน จึงฝากน้องสาวให้ช่วยฟังผลตรวจ และรับยาแทน



กำลังรอคุณหมอที่หน้าตึก ฉุกเฉิน


จริงๆ แล้ว สำหรับการมาหาคุณหมอที่ รพ.รามาฯ ครั้งนี้มีเรื่องแปลกๆ ประกอบด้วย คือ เมื่อวันศุกร์ อาม้า (คุณแม่) ของผมเข้า รพ.รามาฯ เพื่อผ่าตัดนำหินปูนที่เกาะบริเวณกระดูกสันหลังออก ผมเองก็อยากมาเยี่ยม แต่พอทราบว่าปลอดภัยดี ก็หมดห่วง แต่ท้องเสียก็ทำให้ต้องมาหาหมอที่ รพ. จนได้ จึงแวะไปเยี่ยมอาม้า ด้วยเลย และได้ใช้สกายวอล์ค ด้วยเพราะต้องเดินทางจากตึกหนึ่งไปตึกสมเด็จพระเทพฯ ข้างบนกว้างขวางดีครับ (ถ่ายภาพมาฝาก)


ผมจะทำอะไรต้องมีอย่างน้อย 2 งาน ขึ้นไป เลยสมใจ มาหาหมอด้วย มาเยี่ยมอาม้าด้วย อดขำๆ ในใจไม่ได้

พิมพ์เมื่อ 7 ตุลาคม 2556

122: ตัดผมที่ร้านกาม้อครับผม

สวัสดีครับเพื่อนๆ บทความนี้เกี่ยวกับตัดผมล้วนๆ ครับ เริ่มจากเมื่อก่อนน้องสาวตัดผมให้ที่บ้าน แบบใช้กรรไกรธรรมดาๆ หัวของผมก็จะแหว่งๆ ตามแนวกรรไกร และง่ายที่สุดก็คือ หัวโล้นครับ สกินเฮดเบอร์ 0 จากนั้นก็เริ่มหาช่างมาตัดที่บ้านเพราะออกไปไม่สะดวกครับ แต่ปัจจุบันหลังจากมีผู้ช่วย (สารพัดประโยชน์) แล้ว มาตัดผมเองสะดวกกว่า จะ...จะ...จะ...ถ่ายภาพมาฝากหลายครั้งแล้ว พึ่งจะได้ฤกษ์เหมาะถ่ายมาฝากครับ


ชื่อร้านกาม้อ/ กาม้อ เป็นเสียงภาษาแต้จิ๋ว แปลว่า ตัดผม ครับ


พี่ช่าง ที่ตัดให้ประจำครับ แต่ยังจำชื่อไม่ได้
ไม่แน่ใจว่ายังไม่เคยได้ยิน หรือสมองไม่จำก็ไม่รู้ครับ



ตัดทรง "รองทรงสูง" แบบไว้ผมข้างบน เพราะว่าจะใกล้หน้าหนาว


ขอพี่เขาถ่ายภาพคู่กัน มาฝากเพื่อนๆ ครับ


ขี่หลังน้องหนุ่ม (ผู้ช่วย) ทั้งขามา-ขากลับ



โดยปกติผมจะตัดผม 2 เดือน 1 ครั้ง เพราะว่าตัดผมสั้นมากทรงลานบิน แต่พอใกล้หน้าหนาวจะตัดไว้ผมยาวนิดหน่อย เออ....คล้ายๆ พวกน้องหมา น้องแมว ที่ขนจะหนาตอนหน้าหนาวครับ/ ต้องขอบคุณน้องช่างตัดผม ที่คอยตามถ่ายภาพให้นะครับ จนถึงขึ้นรถเลยครับ

พิมพ์เมื่อ 6 ตุลาคม 2556

121: วันนี้ต้องสระผมเอง น้องสาวไม่สะดวกครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมเคยฝากบทความที่น้องสาวช่วยสระผมให้ ซึ่งก็สะดวกดี ดีกว่านอนหงายสระ เรื่องยุ่งกว่าเยอะมากๆ ครั้งนี้นำภาพขณะผมกำลังสระผมเอง มาฝากเพื่อนๆ ครับ ถึงแม้ว่านิ้วมือผมจะใช้ไม่ได้ ก็เอานิ้วที่งอๆ ถูๆ ไถๆ ไปบนเส้นผม เส้นผมกับนิ้วก็พันกันไปมา ก็เหมือนสระผมเหมือนกันครับ ก็เรียกว่า ขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน ดีกว่าเอาน้ำเปล่ามาขยี้ผมครับ หากนัดน้องสาวได้ให้เขาสระให้ก็จะสะอาด เกลี้ยงกว่าครับ



เผื่อเพื่อนๆ ที่พอไหว จะทดลองทำเองครับ

พิมพ์เมื่อ 5 ตุลาคม 2556

120: อาหารประจำวันของผมก็คล้ายๆ กับอาหารเจ ครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ปีนี้ 2556 กินเจระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม 2556 ซึ่งที่บ้านผมกินทุกปี ส่วนผมอยู่บ้านกินเจ เพราะกินตามที่บ้านทำอยู่แล้ว พอออกนอกบ้านก็อยู่ที่ว่ามีร้านขายอาหารเจหรือไม่ หรือว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยว หรือที่ไม่ใช่เจ ก็แล้วแต่สถานการณ์นั้นๆ ครับ แต่บทความนี้ก็เพียงมาแนะนำซ้ำเท่านั้นเองครับว่า คนพิการรุนแรงควรทานผลไม้สัก 1 มื้อ เพราะจะทำให้ถ่ายคล่อง ผมถ่ายทุกวันครับ ดังนั้นช่วงนี้กินเจ ก็แอบนึกในใจว่าจะลดพุงได้รึเปล่า

เพราะว่า 1 มือเป็นผลไม้ มื้ออื่นก็มีผักสัก 50% ภาพข้างล่างก็นำอาหารมื้อสัำหรับวันนี้ 5 ต.ค.56 มาฝากครับ ก็มี ส้มโอ แคนตาลูป สับปะรด และก็จายอาหารเจ ที่คล้ายๆ ข้าวแกง มีผัดถ่วฝักยาว ผัดผักเห็ดเต้าหู้ ครับ





เพื่อการขับถ่ายที่ดี ของเพื่อนๆ คนพิการรุนแรง และคนปกติ ก็โอเคนะครับ จะได้ลดพุงด้วยกันครับ

พิมพ์เมื่อ 5 ตุลาคม 2556

Follow me on Twitter
Visit me on Facebook