24 : ความช่วยเหลือของ Berli Jucker

ตั้งแต่รถคว่ำมา จนออกจากโรงพยาบาล ผมใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งเป็นเวลาถึง 4 เดือนครึ่ง ผมตั้งใจว่าตอนหน้าก็คงกลับบ้านแล้วครับ ดังนั้นจึงอยากจะขอทิ้งท้ายเรื่อง ความช่วยเหลือจาก Berli Jucker ซึ่งเป็นที่ทำงานสำคัญอีกแห่งหนึ่งในชีวิตของผม

ผมเข้าทำงานที่นี่ถึง 2 ครั้ง ที่นี่เป็นสถานที่ทำงานที่ให้ความรู้ ประสบการณ์ในด้านการทำงานกับผมมาก ซึ่งอาจจะมองได้ 2 มุมมองนะครับ คือ ถ้าคนคิดมาก เลือกงาน ไม่อดทน ก็คงคิดไปว่าที่นี่งานหนัก อย่าแสดงความคิดเห็นอะไร เดี๋ยวต้องเป็นคนรับผิดชอบ

แต่สำหรับผมแล้ว ผมถือว่าโชคดีมาก เพราะเป็นบริษัทใหญ่ มีเงินทุน มีระบบที่ดี เหมาะแก่การเรียนรู้ ศึกษางานเพื่อเป็นประสบการณ์ ผมจึงคิดเปรียบเทียบว่า ที่นี่เป็นบริษัทของผม ผมทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เวลา ทุกอย่าง เพื่อทดลอง เมื่อถึงคราวต้องเปิดบริษัทเป็นของตนเองจะได้ลดความผิดพลาดในการบริหารงานให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นครั้งแรกที่ผมเข้ามาทำงาน ผมต้อง

1. คัดเลือกสินค้าที่จะทำการตลาดเอง โดยสินค้าเป็นของ USA.

2. วิเคราะห์ตลาด และส่วนแบ่งของคู่แข่ง พร้อมกำหนด position ของสินค้า

3. ทำการตลาด กำหนดราคา เพื่อรองรับ end user และ dealer

4. ทำการขายเองทั้งหมด รวมถึงการทำ calculation sheet เพื่อคำนวณหา margin ให้กับบริษัท

5. เนื่องจากคุณลักษณะพิเศษในการขายของผม คือขายเน้น คุณลักษณะ (feature หรือ specification) หรือถ้าเข้าใจง่ายๆ คือ ผมมักจะนำเสนอสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า ให้ลูกค้าได้ใช้คุณสมบัติของเครื่องอย่างเต็มที่ คุ้มค่าเงินของเขา ไม่ใช่ซื้อรถ 6 ล้อ แต่บรรทุกแค่รถกระบะเล็ก จึงทำให้ฝ่ายบริการ ไม่สามารถตอบสนองงานของผมได้ จึงทำให้ผมต้องศึกษางานในส่วนนี้เพิ่ม จนกลายเป็น service เอง

6. เมื่อขายงานได้แล้ว ก็ทำหนบ้าที่สั่งซื้อสินค้าเอง รวมถึงคอยติดตามการนำเข้า จึงทำให้มีความรู้เกี่ยว import บางส่วน และการเคลียร์ของที่ Cargo ดอนเมืองกับกรมศุลกากร

7. ที่นี่ให้สิทธิ์กับ Sales Engineer มากถึงขนาดให้บริหารโครงการที่ขายได้ทั้งหมดเอง จึงต้องเป็นทั้งนักบริหารโครงการเล็กๆ และเป็นจัดซื้อไปในตัวด้วย

8. และเพื่อให้ได้เงินค่า commission ได้ตรงเวลา จึงจำเป็นต้องเข้าไปข้องเกี่ยว ด้านการเงิน-บัญชีของลูกค้าด้วย หมายถึงการเข้าไปวางบิล-เก็บเช็ค

9. สุดท้ายน่าจะเป็นเรื่องของ customer service ที่จะส่งผลถึงการขายในอนาคต ถ้าเราบริการดี

จะเห็นว่า วิศวกรขาย ที่นี่ต้องเป็น one man show จริงๆ ถือว่าเป็นระบบของฝรั่ง ที่ข้อดีคือคุณได้เต็มที่กับงานของคุณ ทุกอย่าง รวมถึงผลงานขึ้นกับตัวคุณ และสามารถก้าวกระโดดในหน้าที่การงานในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นข้อเสียคือ ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องพิจารณาตัวเองทันที

ที่เขียนมาให้ทุกคนได้อ่านซะยาว ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เป็นเพราะอยากจะเกริ่น ให้ทราบถึงลักษณะงานที่ทำ จะได้เห็นภาพว่าผมรักในงานที่นี่ รวมถึงผู้คนในหลายๆ แผนกที่ติดต่อด้วย ประกอบกับอุปนิสัยส่วนตัวของผมเอง ทำให้เป็นที่รู้จักไปในลักษณะของการมีอัธยาศรัยในการร่วมงานที่ดี ไม่ยึดติดวิธีการ หรือระเบียบที่เคร่งครัดมาก คือยืดหยุ่น จึงได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมงานทุกคน

เมื่อผมเกิดอุบีติเหตุ จึงได้กำลังใจจากเพื่อนร่วมงานมาก และฝ่ายบุคคลก็ช่วยเหลือผมดี ถึงพวกพี่เขาจะทำตามหน้าที่ แต่บางเรื่องเขาพยายามช่วยเหลือผม ช่วยนำเสนอผู้ใหญ่ให้ต่างหาก เพิ่มเติม ผมขอสรุปความช่วยเหลือที่ได้รับจาก Berli Jucker ดังนี้

1. คงสถานะความเป็นพนักงานให้ 3 เดือนเพื่อรอดูผลว่าเป็นผู้ทุพพลภาพหรือไม่ เพื่อให้สัมพันธ์กับการได้รับสิทธิ์ที่ดีที่สุดของประกันสังคม ในเรื่องการชดเชยเป็นเงินเดือน

2. ถ้า 3 เดือนยังไม่ทราบผลก็จะยืดเวลา ความเป็นพนักงานออกไปอีก แล้วแต่กรณี แต่บังเอิญว่ากรณีของผมทราบตั้งแต่ต้นว่า เป็นผู้ทุพพลภาพแน่นอน ข้อนี้จึงเป็นเหมือนน้ำใจ หรือความรู้สึกดีๆ มากกว่า

3. ชดเชยเงินเดือนให้ตามสิทธิ์ หลังพ้นสภาพความเป็นพนักงาน

4. ติดตาม ดำเนินการ เรื่องเกี่ยวกับประกันสังคม และประกันต่างๆ จนเสร็จเรียบร้อย

5. ได้รับเงินชดเชยจากประกันอุบัติเหตุหมู่ ของบริษัทที่ทำไว้กับบริษัทประกันภัย 12 เท่าของเงินเดือน โดยได้รับเบื้องต้นทันทีที่ได้รับใบรับรองแพทย์ 10% และหลังจากนั้นอีก 2 ปีได้รับ 90% คือทางบริษัทประกันภัย ต้องรอติดตามผลการเป็นผู้ทุพพลภาพ ตามระเบียบที่ระบุไว้ 2 ปีให้หลัง

6. ในส่วนของ commission นั้นผมได้รับคืนทุกบาท ทุกสตางค์จากงานที่ผมทำ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานทุกส่วน ทุกแผนกที่เกี่ยวข้อง ช่วยประสานงานโครงการของผมจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ทำให้ได้รับเงินมาเป็นรายจ่ายในการรักษาตัวช่วงแรกได้ทันท่วงที ต้องขอขอบคุณทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วย

จะเห็นว่า ถ้าเราปฏิบัติดี ตั้งใจทำงาน มีอัธยาศรัยที่ดี เมื่อเกิดสิ่งไม่คาดฝันกับตัว และต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ทั้งทางตรงก็ดี ทางอ้อมก็ดี ก็จะเกิดสิ่งดีๆ ในช่วงเวลาแย่ๆ หรือร้ายๆ ในช่วงเวลาเดียวกันได้ ทำให้อย่างน้อยก็ลดอุปสรรคในช่วงนั้น

ครับ ตอนหน้าผมก็จะกลับบ้านแล้วครับ ผมขอใช้ชื่อตอนว่า กลับบ้านพร้อม " ปริญญาชีวิต " อีกฉบับ

ฝากติดตามด้วยครับ


ขอบคุณครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 086-314-7866
email : preeda.limnontakul@gmail.com
update : April 30, 2007

2 comments:

  1. เมื่อ พ. 02 พฤษภาคม 2550 @ 00:57 [245840] [ลบ]
    ไม่น่าเชื่อทำทุกตำแหน่งเลย อย่างน้อยคุณก็ยังมีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีที่ทำงานที่ไม่ค่อยเอาเปรียบค่ะ จะตามไปอ่านตอนต่อไปค่ะ

    ReplyDelete
  2. เจ้าอารมณ์ วันที่ : 26/07/2007 เวลา : 21.38 น.
    http://www.oknation.net/blog/pimeiei
    ....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......



    แวะมาเยี่ยมเยี่ยน แวะมาทักทายค่ะ
    เห็นด้วยนะคะในช่วงเวลาแย่ ๆ
    มักจะมีเรื่องดีดีปนอยู่ด้วยเสมอ

    ReplyDelete