MOM vs ยาคูลย์ กับการขับถ่าย

ตอนนี้ผมขอพูดถึง " ระหว่างยาช่วยขับถ่าย MOM-ยาคูลย์ กับการขับถ่าย "

ผมไม่รู้ว่าคุณๆ ผู้อ่าน ขับถ่ายกันวันละกี่ครั้ง หรือบางคนอาจจะกี่วันครั้ง

สำหรับผม ก่อนที่จะมาเป็นผู้ทุพพลภาพ ผมถ่ายวันละ 2 ครั้งครับคือประมาณ 6-7 โมงเช้า และ 4-5 ทุ่มทุกวัน โดยตอนเช้าถ้าผมดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้ หรือผลไม้สักลูก เช่นแอบเปิ้ล ชมพู่ ส้ม ซัก 1 ลูกก็จะยิ่งดีทำให้รู้สึกถ่ายง่าย (ผมมีเจตนาต้องเร่งด้วย เพราะเมื่อถ่ายเสร็จ ก็ต้องรีบอาบน้ำ-แต่งตัว เพื่อไปทำงานอีก) ส่วนตอนกลางคืนพอได้เวลาก็จะปวดเอง ผมถือว่าเป็นระเบียบของการขับถ่าย

สาเหตุสำคัญที่ผมคิดว่า เป็นสาเหตุให้ผมถ่ายวันละ 2 ครั้งเพราะว่า ผมเป็นคนทานอาหาร 4-5 มื้อ คือ

1. ข้าวแกง ทุกวัน เมนูหลักไข่พะโล้+อื่นๆ 1 รายการ เช่น ผัดพริกแกงถั่ว, ยำปลาหมึก, กระเพราต่างๆ กับน้ำเปล่า ตอน 8:30-9:00 น. เพราะว่าผมเป็น Sale Engineer หลังตอกบัตร (จริงๆ ไม่ใช่ตอกบัตร แต่เป็นนำบัตรผ่านเครื่องไม่เกิน 1 ฟุตครับ) ผมก็สามารถออกมาทานข้าวได้ แล้วไปพบลูกค้าเลย

2. เที่ยงถึง บ่ายโมง จะทานอาหารตามสั่ง 2 จาน (อาจเป็นก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ก็ต้อง 2 ชาม) กับน้ำอัดลม 1 ขวด และการ์ตูน 1 เล่ม (ความสุขเล็กๆ น้อยๆ) แต่บางครั้งถ้าอยู่สำนักงานแล้วไปทานเป็นหมู่คณะ ก็จะทาน 2-3 จานแล้วแต่ว่ากับข้าวเหลือเท่าไหร่

3. ประมาณ 5 โมงเย็น ถ้าอยู่สำนักงานแล้วไปกินที่ร้านตามสั่ง มักจะเป็น ผัดซีอิ๋ว หรือส้มตำ-ไก่ย่าง แต่ถ้าซื้อมากินกันบนสำนักงาน เพราะต้องเคลียร์งาน ก็จะลงขันกัน ซื้อหมูปิ้ง-ข้าวเหนียว กับน้ำเปล่า

4. ช่วง 1 ทุ่มครึ่ง ถึง 2 ทุ่ม ถือว่าเป็นมื้อหนักอีกมื้อครับ เพราะต้องไปทานข้าวบ้านแฟน ส่วนใหญ่เป็นกับข้าว ผมทาน 2 จาน ตามด้วย ขนมหวาน เช่น ต้มถั่วเขียว, มันต้มน้ำขิง, เต้าฮวย, เผือกเชื่อม เป็นต้น และผลไม้ กับน้ำหวานต่างๆ บางมือ แต่ส่วนใหญ่เป็นน้ำเปล่า

5. และถ้าวันไหนผมนอนดึก เช่นเคลียร์งาน ทำรายงาน เป็นต้น ก็มักจะเป็นมาม่า หรือไม่ก็ขับรถออกไปทานชาย 4 บะหมี่-เกี๊ยว หรือราดหน้า หรือข้าวต้มกุ้ง ที่ตลาดใกล้บ้าน

แต่หลังจากผมได้กลายมาเป็นผู้ทุพพลภาพ ผมเกรงว่าถ้าทานแบบนี้ อาจทำให้อ้วนได้ จึงเปลี่ยนแปลงการทานอาหารเป็นดังนี้

a. มื้อแรกของผมจะทานตอนเที่ยง (คือช่วงเช้าผมจะไม่ทานข้าว อาจดื่มนม 1 กล่องแทนถ้าหิว ปัจจุบันลงตัวไม่ได้ดื่มนม) มักเป็นข้าว กับอะไรก็ได้ แต่ต้องมีข้าว

b. ประมาณ 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม (ขึ้นอยู่กับงานที่ทำอยู่ว่าพัวพันแค่ไหน) จะทานพวกก๋วยเตี๋ยว หรือไม่ก็ราดหน้า หรือไม่ก็ส้มตำครับ อาจตามด้วยขนมหวานบางมื้อ

c. ส่วนมื้อดึก ช่วง 5 ทุ่มถึง ตี 1 (ผมนอนดึกทุกคืนครับ) จะเป็นผลไม้ 1 จาน

ปัจจุบันผมขับถ่ายทุกวัน วันละ 1 ครั้ง เวลาดี ระหว่าง 6 โมงเช้า ถึง 7 โมงครึ่งเช้า (ต่อด้วยเช็ดตัว ทำความสะอาด เสร็จประมาณ 8:30-9:00 น.ทุกวัน) ที่ผมอธิบายถึงตรงนี้ เพื่ออธิบายให้ทุกคนเห็นว่า ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการขับถ่ายที่สัมพันธ์กับการดำเนินชีวิต และที่สำคัญ ผมเป็นทุพพลภาพต้องมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายแน่ๆ แต่ผมดูแลให้ถ่ายทุกวัน

ยกเว้นว่า ถ้าผมมีงานเร่งด่วนที่ต้องจัดการ อาจเปลี่ยนโปรแกรมไปถ่ายตอน 5ทุ่มถึงเที่ยงคืนแทน หรือไม่ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงๆ เช่น พี่เลี้ยงมีธุระต้องกลับบ้าน ผมอาจจะอดทนถึง 2-3 วัน แต่ผมก็จะลดปริมาณอาหาร หรือเปลี่ยนลักษณะอาหารให้มีของเหลวมากขึ้น คือต้องมีการวางแผน พอพี่เลี้ยงจะกลับ ก่อนแกกลับก็ทานเต็มที่ พอพี่เลี้ยงมาถึงก็ถ่ายตอนเช้าพอดี

เพราะพี่เลี้ยงเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ นั่งรถไฟมาถึงสถานีบางเขนก็ตี 4-ตี 5 ดังนั้นจึงมาถึงบางบัวทอง ก็ ตี 5-6 โมงเช้า ครับ

ย้อนกลับเข้าสู่หัวข้อกันนะครับ ดังนั้นผู้อ่านทุกท่านจะเห็นว่า ผมจึงมีการวางแผนเรื่องการขับถ่ายพอสมควร หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนครับ

เริ่มจาก รพ.ที่ 2 ผมจำข้อมูลอะไรไม่ได้เลย กินก็น้อย เครียดก็เครียด จึงไม่มีจิตใจไปสังเกตุอะไร ถือว่าคุณภาพชีวิตแย่มาก หลังจากย้ายมาพญาไท 1 ผมก็มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทั้ง 2 แห่งให้ผมทานยาช่วยขับถ่าย ที่เรียก MOM (Milk of Magnesium) ที่เป็นยาน้ำสีขาวขุ่น ต้องดื่ม 1 แก้วเล็กๆ ทุกวัน (น่าจะประมาณ 30 cc. ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ขวดหนึ่งน่าจะ 25-30 บาท

ในความรู้สึกของผมมันคือยาครับ แรกๆ เมื่อผมทานยานี้ สามารถประมาณการได้เลยว่าอีก 8-12 ชั่วโมง ผมจะต้องถ่ายแน่นอน หมายถึงถ่ายเองเลยนะครับ ไม่ต้องมีลูกสวน ผมอยู่ที่พญาไท 1 ผมมั่นใจว่า ผมถูกใช้ลูกสวนไม่เกิน 5 ครั้ง

ซึ่งมีอยู่ 2 ครั้งแรก ที่ผมถูกสวนด้วยลูกสวนขนาดกลาง (ในความคิดผม มันใหญ่มากๆ) ผมจึงขอให้ทาง รพ. เปลี่ยนเป็นขนาดเล็กสุด ที่ใช้สำหรับเด็กทารก เพราะผมคิดเอาเองว่า ถ้าใช้ลูกสวนลูกใหญ่แล้ว ก็ต้องใช้ใหญ่ตลอดไป หรือต้องใช้ใหญ่ขึ้น หรือใช้หลายลูกมากขึ้น ดังนั้นถ้าเราใช้ลูกเล็กไว้ก่อนย่อมจะดีกว่า แต่สำหรับตอนที่ยังอยู่โรงพยาบาล การจะต้องใช้ลูกสวนเป็นประจำ ผมยังมั่นใจกับร่างกายตัวเองว่า คงจะยังอีกนาน

ขณะอยู่โรงพยาบาล ผมกับน้องๆ ทดลองหลายครั้ง โดยงดดื่มยา MOM แต่ปรากฏว่าไม่ถ่ายจึงต้องให้นางพยาบาลมาสวนด้วยลูกสวนให้ และก็ทดลองว่าถ้าไม่ถ่าย 2 วันเป็นอย่างไร ก็เป็นตามธรรมชาติครับ อุจจาระจะเป็นก้อนเล็กๆ แข็งๆ ผมเรียกเม็ดกระสุน ซึ่งถือว่าไม่ดีเลย คนปกติเรียกว่าเป็นท้องผูก

(โดยปกติแล้ว เมื่อของเสียของมนุษย์เรา มาหยุดรอที่ลำไส้ใหญ่ แล้วเราไม่ถ่าย จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ลำไส้ใหญ่ไม่สนใจครับ มันจะทำหน้าที่ของมันครับ มันจะดูดน้ำออกจากของเสียครับ ทำให้ของเสียหรืออุจจาระค่อยๆ แห้งลงๆ ขนาดเล็กลง ทำให้ฝืดเวลาขับถ่าย)

ต่อมาผมสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการขับถ่าย คือเวลาเริ่มมั่วแล้วครับ กะเกณฑ์เวลาไม่ได้เลย

ใน 1 สัปดาห์จะมีอยู่ 1 วันที่ผมจะทานแต่ผัก และผลไม้ทั้ง 3 มื้อ เพื่อให้เป็นการเคลียร์ลำไส้ใหญ่

และในการทานอาหารแต่ละวันผมจะมี " อาหารที่เป็นตัวชี้วัด " เพื่อให้น้องๆ ได้ช่วยกันสังเกตุว่าอาหารที่ทาน ถูกเคลียร์ทุกวัน เช่น

- ข้าวโพด เนื่องจากกากของมันจะเหนียว ทำให้เราสังเกตุเห็นเปลือกหุ้มเมล็ดข้าวโพดที่ใสๆ ได้
- ลูกแก้วมังกร ภายในผลจะมีเม็ดสีดำ คล้ายงาอยู่ทำให้สังเกตุเห็นได้ง่าย
- ลองกอง จะมีกลิ่นเฉพาะ (ผมคิดว่าเป็นกลิ่นยางของมัน เวลาแกะเปลือกจะมีกลิ่นยางที่มีกลิ่นคล้ายกัน) ทำให้สังเกตุได้
- เฉาก๊วย ที่มีสีดำ จะปะปนมากับอุจจาระ เห็นชัดเจน
- แครอท สีส้มก็เด่นเหมือนกัน สะดุดตาทันที
- ส้มโอ ก็จะมีกากที่ทำให้สังเกตุเห็น แต่ต้องสังเกตุมากหน่อย เป็นต้น

ผมอยากให้คนป่วยลักษณะคล้ายผม นำไปประยุกต์ใช้ และถ้าใครมีเทคนิคดีๆ ก็อย่าลืมแนะนำกันใน comment ด้วยนะครับ หรือจะส่งเป็น email มาก็ได้ จะได้นำมาเพิ่มเติมใน blog นี้

หลังจากออกจากพญาไท 1 มาอยู่ที่บ้าน ผมก็ยังคงดื่ม MOM อยู่ แต่ปัญหาเรื่องเวลาของการถ่าย ที่คาดเดาไม่ได้นั้น สร้างปัญหาเกี่ยวกับการทำงานให้ผมมาก เพราะผมเริ่มรับพนักงานมาทำงาน และใช้บ้านทำเป็น office ซึ่งทำให้พื้นที่เชื่อมถึงกันหมด ดังนั้นเวลาผมทำงานอยู่ช่วงกลางวัน แล้วถ่าย ก็ต้องให้พนักงานออกไปข้างนอก เกรงใจน้องๆ เขาเรื่อง "กลิ่น"

ต่อมาผมเริ่มมีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน คุยกันอยู่ดีๆ ก็ถ่ายครับ กลิ่นเริ่มมา แต่การสนทนายังไม่จบ ผมต้องเอาผ้าขนหนูปิด เพื่อกลบกลิ่นไว้ กว่าจะคุยเสร็จ สายสวนก็ติดเชื้อที่อยู่ในอุจาระเข้าไปแล้ว ทำให้ผมมีความเสี่ยงติดเชื้อในอุจจาระอีก แล้วก็มีเชื้อจริงๆ ครับ เพราะผมจะตรวจเชื้อเป็นระยะๆ เมื่อนางพยาบาลมาเปลี่ยนสายสวนให้ จะเก็บปัสสาวะไปตรวจ

ดังนั้นแล้ว ไม่ต้องคิดมาก สวนเลยครับ ทุกๆ เช้า แต่พอบางวันที่เป็นวันหยุด แล้วไม่สวน คราวนี้ไม่ถ่ายเลยครับ อย่างนี้ก็ " ติดลูกสวน " เรียบร้อยโรงเรียนจีนซะแล้ว

จากนั้นก็ทดลอง สวนอย่างเดียว ไม่ดื่มยา MOM ปรากฏว่า ก็ไม่สามารถถ่ายได้ครับ แย่แล้วซิครับ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ต้องหาแนวทางแก้ไขแล้วครับ ไม่งั้นนานๆ เข้า แย่แน่ๆ กลายเป็นว่าติดทั้งลูกสวน ทั้งยา MOM

แต่ยังถือว่า การเลือกใช้ลูกสวนขนาดเล็กสุดก่อนเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นดังที่คาดการณ์ไว้ เพราะลำดับขั้นของการพัฒนาการที่แย่ลงๆ เริ่มขึ้นแล้ว จากลูกสวน 1 ลูก เป็น 2 ลูก เป็น 3, 4 และ 5 ในที่สุด ซึ่งส่งผลจนถึงปัจจุบันนี้ ผมต้องใช้ลูกสวนประมาณ 3-5 ลูก ขึ้นอยู่กับเวลาที่ถ่าย ปริมาณน้ำที่ดื่ม และอาหารที่ทานเข้าไป เพราะถือว่าเป็นปัจจัยของ ของเสีย(อุจจาระ)

สำคัญมากๆ เลยครับ หลังจากออกจากโรงพยาบาลพญาไท 1 มาประมาณ 2 ปี ผมก็ตัดสินใจเลิกดื่มยา MOM แล้วหันมาดื่มยาคูลย์แทน โดยทดลองจาก 1 ขวด ผลไม่ถ่ายครับ จนเป็น 2 และ 3 ขวดตามลำดับ ทุกวันนี้ก็ยังคงทาน 3 ขวดเป็นประจำทุกวัน

และในบางช่วง ก็จะใช้นมตราหมี (กระป๋องเหล็ก) เป็นตัวเสริม ถ้าช่วงไหนอุจจาระเริ่มจะแข็ง ก็จะดื่มนมตราหมี 2 แก้วในวันถัดไป อุจจาระจะเหลว ทำให้ถ่ายง่ายขึ้นหลายวัน เพราะฉะนั้นพอจะสรุปความถี่ได้ว่า ต้องดื่มนมตราหมีประมาณสัปดาห์ละ 1 แก้ว (2 กระป๋อง)

ผมเล่ายาวเลยครับตอนนี้ ถ้าผู้ป่วยคนไหน มีเคล็ดลับดีๆ ในเรื่องนี้ ก็ช่วยเขียนแนะนำใน comment ได้นะครับ หรือจะส่งทาง email ก็ได้ ส่วนใครที่มีปัญหา จะลองนำประสบการณ์ของผมไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองบ้างก็ได้ และถ้ามีคำถาม ก็เขียนใน comment เช่นเดียวกันครับ

ตอนหน้าผมขอพูดถึง การทำกายภาพบำบัด อีกครั้งนะครับ


ขอบคุณครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 086-314-7866
email : preeda.limnontakul@gmail.com,
update : April 13, 2007

13 comments:

  1. เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 03:05 [242042] [ลบ]
    เคยลองน้ำมะขาม หรือน้ำลูกพรุนบ้างไหมคะ สำหรับตัวเองและหลายๆคน รวมทั้งลูกชายเมื่อเขายังเล็กๆ ได้ผลดีกว่ายาคูลย์มากค่ะ

    ReplyDelete
  2. เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 08:06 [242141] [ลบ]
    สวัสดีค่ะ คุณปรีดา

    มีอีกวิธีที่คุณพ่อดิฉันแนะนำมาคือ การนวดหน้าท้องตอนเช้าค่ะ (ถ้าขับถ่ายตอนเช้านะคะ) โดยวางมือนวดเป็นวงกลมจากด้านขวาไปซ้ายนึกภาพลำใส้ใหญ่ออกไหมคะ ลำไส้ใหญ่จะวางตัวจากด้านขวาตรงตำแหน่งประมาณท้องน้อยขึ้นมาแล้วขวางตัวจากนั้นก็วางตัวลงด้านซ้าย

    การนวดให้ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งวางลงแล้วอีกข้างหนึ่งทับข้างบนเพื่อลงน้ำหนักค่ะ ถ้าเคยเห็นหรือเคยรำไท้จี๋ชี่กงจะมีท่าหนึ่งที่ทำค่ะแต่ถ้าไม่เคยรำก็ไม่เป็นไรสามารถทำได้เช่นกัน ให้นวดวนขวาประมาณ 100 แล้ววนซ้ายประมาณกัน การนวดตอนเช้าช่วยการเคลื่อนตัวของลำไส้ ใช้ได้กับทุกคนที่ท้องผูกเนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานน้อยลง เช่นคนมีอายุ คนที่ไม่ออกกำลังกายด้วยค่ะ และช่วยได้สำหรับคนที่มีแก๊สในกระเพาะลำไส้มากจะช่วยขับลม

    แต่เนื่องจากไม่ทราบว่าคุณปรีดาพอจะใช้มือตัวเองทำได้ไหม เพราะเท่าที่ตามอ่านมา คุณปรีดาใช้นิ้วหัวแม่มือได้ แรงนวดอาจจะไม่พอ ....แต่ก็คงต้องขอคุณปรีดาลองทดสอบดูหรือหาทางทำดูหรือประยุกต์ดูว่าในสภาพการณ์ของคุณปรีดาพอจะทำได้ไหมนะคะ

    ReplyDelete
  3. เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 08:46 [242164] [ลบ]
    โห พิมพ์ไปตั้งเยอะ หายหมดเลย แป่ววว

    ReplyDelete
  4. อดิศักดิ์ วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 20.48 น.
    http://www.oknation.net/blog/adisak



    คุณปรีดามี"พลัง"อย่างเหลือเฟือ สามารถเขียนเรื่องลง Blog ได้มากมายหลากหลายในวันเดียว จนตามอ่านไม่ทันแล้วครับ ลองค่อยๆนำเสนอทีละเรื่องหรือวางเป้าหมายการเขียนเป็นชุดว่าแต่ละชุมจะมีกี่ตอนจะทำให้สมาชิก oknationblog ค่อยๆเข้ามาทำความรู้จักชีวิตและชุดความคิดของคุณปรีดาได้อย่างลึกซึ้งขึ้น

    ReplyDelete
  5. ผ่านมาระบาย วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 20.50 น.
    http://www.oknation.net/blog/Sodoyouthinkyoucanblog



    ได้อ่านแล้วอายจังเลยค่ะ
    เราสุขภาพดีดี ไม่เคยใส่ใจกับระบบขับถ่ายเลย

    ReplyDelete
  6. ono วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 20.52 น.
    http://www.oknation.net/blog/ono



    เป็นกำลังใจให้ครับ
    MOM = Milk of Magnesia มี ส่วนผสมของ Magnesium Sulphate ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ ลำไส้ใหญ่มีการบีบตัว
    จึงทำให้มีความรู้สึกปวดท้องถ่าย (บางคนอาจมีอาการไซร้ท้อง) แต่ก็ควรใช้ยา กับผู้ที่มี กากอาหาร (อุจาระ , Feces) ถ้าจะเพิ่มกาก( Bulk) อาจต้องใช้ยาระบายในกลุ่ม Metamucil หรือ Lactulose แต่ต้องปรึกษาแพทย์ นะครับ

    ReplyDelete
  7. ปรยา วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 21.13 น.
    http://www.oknation.net/blog/preedatower



    ขอบคุณครับ คุณอดิศักดิ์
    จริงๆ แล้วผมเขยนบทความเหล่านี้ได้ 3 เดือนแล้ว ที่ blogger แต่ผมไม่เคยเข้ามาที่ OK Nation เลย จนในที่สุดก็มาเป็นสมาชิก และเริ่มทยอยนำบทความเก่ามาลง ตามที่ได้ตั้งใจว่าจะให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น เท่าที่ตัวเองจะมีความรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์ที่เกิดขึ้น แม้เพียงสักคน ก็ภูมิใจครับ

    ขอบคุณครับ

    รบกวนคุณอดิศักดิ์ ช่วยไปเยี่ยม และอ่านได้ตาม "หมวดหมู่" นะครับ

    ReplyDelete
  8. lady วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 22.30 น.
    http://www.oknation.net/blog/ladystudio



    ฮืม...รู้สึกว่าจะต้องงดมื้อดึกนะค่ะ มันจะเกี่ยวกับการทำงานของกระเพาะ เดี๋ยวข้อไปหาข้อมูลที่ถูกต้องมาก่อน (ไม่รู้ลบ file ไปหรือยัง) จะแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ
    ส่วนเรื่องขับถ่าย บางครั้งก็ต้องทำใจ มันบังคับไม่ได้จริงๆ...

    ReplyDelete
  9. psty วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 11.22 น.
    http://www.oknation.net/blog/prasityoo



    ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ
    เขาบอกว่า you are what you eat
    เรื่องนี้เรื่องจริงนะครับ ระวังเรื่องการกินกันหน่อย

    ReplyDelete
  10. คือตอนนี้ผมพิการตั้งแต่ช่วงราวนมลงไปแต่แขนใช้ได้ปกติ
    เรื่องที่ผมมีปัญหาคือการถ่ายอุจจาระตอนนี้ผมใช้วิธี
    การล้วงออกเอง(ถ่าย2วันครั้งครับ)แต่กลัวจะมีปัญหาเรื่องริดสีดวงตรับ
    จึงอยากรบกวนปรึกษาพี่ปรีดาครับว่าควรทำอย่างไรดี
    ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

    ReplyDelete
  11. สวัสดีครับ

    ผมอยากให้อ่านบทความนี้ แล้วไปปรับเรื่องการทานก่อน
    http://preedastation.blogspot.com/2007/04/mom-vs.html

    ซึ่งเป็นต้นเหตุของการถ่ายอีกที ไม่ควรถ่าย 2 วันครั้ง
    ควรถ่ายทุกวันครับ เพราะการถ่าย ถ้าดูแลไมฝ่ดีจะส่ง
    ผลกระทบหลายเรื่อง ต่อการใช้ชีวิตประจำวันหลายเรื่อง

    ถ้าทำได้ เรื่องที่ถามก็จะไม่เกิดขึ้นครับ

    ขอบคุณครับ
    ปรีดา ลิ้มนนทกุล

    ReplyDelete
  12. สำหรับเรา การขับถ่ายเป็นปกติทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน (ไม่ว่าจะเช้าแค่ไหน ก็ต้องถ่ายก่อน)

    เราเป็นคนชอบทานอะไรเปรี้ยวๆ มะขาม เสาวรส (น้ำ)มะนาว สับปะรด ฯลฯ
    ขอเสริมเรื่องอาหารที่เป็นตัวชี้วัด เช่น ผักบุ้ง แตงโม สะตอ
    และขอแนะนำการกดจุดช่วยการขับถ่าย แม่เราอ่านจากตำราจีน
    ใช้นิ้วชี้ซ้ายกดที่ปีกจมูกด้านซ้าย และใช้นิ้วชี้ขวากดที่ปีกจมูกด้านขวา
    กลั้นหายใจแล้วเบ่งให้เต็มที่ค่ะ เต็มที่ค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. คือว่า เบ่งไม่ได้ครับ ?

      Delete