61 : ตกลงว่าผมมี "สารนิกเกิลตกค้างในร่างกาย" หรือว่า "แพ้ภูมิตัวเองเวลาเซลล์ผิวหนังชั้นนอกผลัดเซลล์" กันแน่ ตอนที่ 3

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ตอนนี้ก็เป็นตอนที่ 3 แล้วนะครับ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับ บทความ : ตกลงว่าผมมี "สารนิกเกิลตกค้างในร่างกาย" หรือว่า "แพ้ภูมิตัวเองเวลาเซลล์ผิวหนังชั้นนอกผลัดเซลล์" กันแน่ (ตอนที่ 1-2) ซึ่งตอนนี้จะต่อจากตอนที่ 2 ในส่วนเนื้อหาที่ผมเชื่อมโยงไว้ในประเด็นที่ผมเริ่มสับสนกับอาการของผม ที่คุณหมอท่านที่ 2 บอกว่า ผมเป็นโรคภูมิแพ้ฯ หรือ โรคบีพี (BP)

คราวนี้ครับผมเริ่มกังวล และอาศัยว่าอยู่ในโลกไอทีพอดี จึงทำการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เสิรช์หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จึงอนุมาน คิดเอาเองว่า ผมอาจจะจำผิด เลยลองสลับตัวอักษรดู จึงได้โรคใหม่เป็น "โรคพีบี (PB)" เอาละครับ เป็นเรื่องแล้วครับ ผมอ่านไปก็เครียดไป นี่ผมเป็นโรคนี้หรือนี่ ตั้งแต่ผมเกิดมา ไม่เคยเครียด และคิดมากกับโรคที่ป่วยขนาดนี้ครับ

เพราะว่า โรคพีบี ที่ผมค้นเจอมันคือ "โรคเรื้อนชนิดหนึ่ง แบบไม่ติดต่อ" ผมยอมรับว่าคิดไปหลายเรื่อง ตัวผมจะทำยังไงดี รักษาแล้วจะหายไหม ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ คิด...คิด.....คิด.......แล้วก็คิด
  • คุณหมอไม่ค่อยอยากจะพูดถึงโรคสักเท่าไหร่เลย ที่แท้เพราะเราเป็นโรคเรื้อนนี่เอง (ประมาณว่าผมยังไม่รู้ตัวอีกว่าเสิร์ชชื่อโรคผิด)
  • คุณหมอต้องรังเกียจเราแน่ๆ เลย ถึงต้องใส่ถุงมือทุกครั้งที่จับแผลเรา (อันนี้เข้าขั้นคิดมาก แบบมั่วๆ แล้ว เพราะคุณหมอใส่ถุงมือนี่เป็นเรื่องปกติมาก)
  • ยาสเตรียลอยด์ที่คุณหมอให้ เป็นตัวเดียวกันเลย เราต้องเป็นโรคนี้แน่นอนเลย (ไม่น่าคิดมากเลย ยาสเตรียลอยด์เนี่ย มันเป็นยาครอบจักรวาล ใช้รักษาได้หลายโรคมาก)
  • จำนวนเม็ดที่ต้องกิน 6-8 เม็ด เท่ากันเลย ผมเป็นแน่ๆ (อันนี้ ผมคิดว่าเป็นความบังเอิญครับ)
แล้วผมก็ตัดสินใจ ทานยา 6 เม็ดต่อวันติดต่อกัน 1 เดือน แต่วันรุ่งขึ้น ก็มีเหตุทำให้ผมได้ทาน "พิซซ่า" ครับ ตอนนั้นใจอยากทานมากๆ เพราะผมชอบพิซซ่า ต่อให้มีเหตุผลอะไร ก็หยวนๆ คิดว่าคงไม่เป็นไร ที่ไหนได้ เป็นอย่างในภาพข้างล่างครับ สุดๆ ไปเลย





ภาพนี้ บริเวณใต้เข่า ครับ


บริเวณใต้เข่า เช่นกันครับ


ภาพนี้ขึ้นทั้งตัวเลยครับ




ภาพที่ทุกคนเห็น ส่วนตัวแล้วยิ่งตอกย้ำในใจผมว่า ต้องเป็น "โรคเรื้อนแบบไม่ติดต่อ" แน่ๆ เลย พ่วงด้วยความคิดแถมว่า ผมต้องเป็น 2 โรคแน่ๆ เลย รวมทั้งโรคแพ้สารนิกเกิลด้วย ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ เลย แล้วผมก็ตั้งหน้าตั้งตากินยาสเตรียลอยด์วันละ 6 เม็ด จนครบ 1 เดือน
ในที่สุดตอนหน้าก็ถึง ตอนที 4 ตอนสุดท้ายของบทความซีรี่ส์เกี่ยวกับอาการโรคแพ้สารอาหารของผมแล้วนะครับ เพื่อนๆ จะได้ทราบว่า "เฉลย" ตอนจบจะเป็นอย่างไร กันนะครับ

ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
Preeda Limnontakul (SCI-C6)

Managing Director
mobile : 086-314-7866
Email : preeda.limnontakul@gmail.com


3 comments:

  1. เป็นบทความที่น่าติดตามมาก อยากจะรู้ตอนจบว่าเป็นอะไรกันแน่ หวังว่าคงจะไม่เป็นอย่างที่คุณต๋องคิด
    จาก แหลม อุบลฯ

    ReplyDelete
  2. มันเยอะ เป็นมากจริงๆ แค่เรามันอาการคัน+ผิวลอกที่มือกับเท้า
    ยังเครียดเลย กลัวผู้คนรังเกียจ

    ReplyDelete
    Replies
    1. อย่างมากครับ ดีใจที่ผ่านตรงนั้นมาได้ แต่ว่าช่วงนี้ทานข้าวนอกบ้านมากขึ้น เริ่มมีจุดๆ แต้มๆ นิดหน่อย ถ้าพบกันอีก อยากดู จะโชว์แถวแขนนิดหน่อย

      Delete