43 : ควรรีบเดินเรื่องที่ประกันสังคม เรื่องเงินชดเชย และเงินรักษาพยาบาล


สวัสดีครับทุกคน ตอนที่ 43 แล้วครับ ผมขอนำประสบการณ์เกี่ยวกับการเดินเรื่องเพื่อขอรับสิทธิ์ รับเงินชดเชยจากประกันสังคมครับ เผื่อว่าจะมีผู้อ่านบางท่าน มีเพื่อน หรือญาติที่อาจจะต้องดำเนินการคล้ายๆ ผม คือ

1. หลังจากที่ผมทราบแล้วว่า ผมต้องเป็น " ผู้ทุพพลภาพ - สิ้นเชิงถาวร " แล้ว คือมือเท้าใช้ไม่ได้ ซึ่งการที่จะเป็นผู้ทุพพลภาพได้นั้น จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ เพราะแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่า ผู้ป่วยเป็นผู้ทุพพลภาพทันทีเลยหรือไม่ หรือต้องดูผลอีกกี่เดือน กี่ปี

ในกรณีของผม คุณหมอที่โรงพยาบาลที่ผ่าตัดให้นั้น สามารถออกใบรับรองแพทย์ได้ทันทีเลย คุณหมอมั่นใจ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดทางผมก็ดำเนินการ เดินเรื่องเลยนะครับ เพื่อจะขอรับสิทธิ์เรื่องเงินชดเชยรายเดือน ส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางโรงพยาบาลเดินเรื่องให้อยู่แล้ว ซึ่งผมรถคว่ำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 แต่ผมได้รับเงินชดเชยประมาณเดือน สิงหาคม 2545 ห่างกันถึง 9 เดือน

พอจะวิเคราะห์ได้ว่า เกือบ 4 เดือนที่ผมได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทฯ ให้ยังคงสภาวพการเป็นพนักงานของ Berli Jucker อยู่ และพอผมย้ายโรงพยาบาลมาตอนเดือนกุมภาพันธ์ คุณหมอที่พญาไท 1 ก็ไม่แน่ใจถึงอาการของผม จึงยังไม่ออกใบรับรองแพทย์ให้ ต้องรอผลการตรวจ MRI ก่อน ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจทำให้ประกันสังคมมองว่า ก็ยังไม่ 100% ว่าผมเป็นผู้ทุพพลภาวพ แต่หลังจากคุณหมอแน่ใจ และออกใบรับรองฯ ให้ ต้องใช้เวลาถึง 5-6 เดือนกว่าผมจะได้รับเงินชดเชย ดังนั้น ผมก็ไม่ทราบว่าไปช้าที่ขั้นตอนหลัง และประกันสังคมก็ไม่จ่ายย้อนหลังให้ด้วยครับ ทั้งๆ ที่ทราบว่า ผมไม่มีรายได้จากการทำงานในช่วงเวลานั้น (ปัจจุบันอาจจะมีการแก้ปัญหานี้แล้ว ซึ่งผมก็ไม่มั่นใจ เกี่ยวกับสิทธิ์หลักประกันการว่างงาน)

สำเนา ใบรับรองแพทย์ของผมที่คุณหมอออกให้


เมื่อเราได้ใบรับรองแพทย์แล้ว พร้อมกับสำเนาบัตรประชาชน - ทะเบียนบ้าน และตัวจริง เพื่อเดินเรื่องที่ประกันสังคม ในกรณีของผม ถ้าจำไม่ผิด ทางบริษัทฯ ดำเนินการให้ แต่ผมอยากแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ ญาติผู้ป่วยควรจี้ หรือติดตามกับเจ้าหน้าที่ของประกันสังคมเพิ่มด้วย เพื่อให้เขาเห็นใจเรา คือช่วยบริษัทฯ อีกแรง

จริงๆ แล้วผมก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงนะครับว่าทำไมถึงช้า เพียงแต่ผมนำประสบการณ์ตรงของตัวเองมาเล่าให้ฟัง ช่วงเวลานั้นผมมีเงินมาจากหลายทาง ซึ่งได้จากประกันอุบัติเหตุ มากที่สุด จึงอาจจะไม่เดือดร้อนอะไร แต่สำหรับผู้ป่วยท่านอื่น ที่ทั้งกำลังประสบปัญหาด้านร่างกายอยู่ ไหนจะค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ารักษาพยาบาลที่นอกเหนือจากสิทธิ์ต่างๆ และถ้ามองไปไกลๆ ว่าต้องมีรายจ่ายอะไรบ้างในอนาคต ผมว่าถ้าเราควรได้จากทางไหนก็ตาม ก็ควรทำ รักษาสิทธิ์ของเราไว้ก่อน เงินน้อย เงินมาก ก็ช่าง จะกี่ร้อย กี่พันก็ต้องเอา อย่าทำอย่างผม อย่าลืมนะครับควรตามเรื่องอย่างจริงจัง อย่าไปโทษโน่น โทษนี่ เรื่องของเรา เราต้องตาม และจำไว้ให้ขึ้นใจว่า ผู้ป่วยต้องมีกำลังใจ ต้องสู้ ต้องรักษาสิทธิ์




สำเนาชี้แจงว่าใช้เวชภัณฑ์ และยา อะไรบ้างในการดูแลรักษาตัว และดำเนินชีวิต


2. มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้ญาติผู้ป่วยรักษาสิทธิ์ไว้คือ ผู้ป่วยมีสิทธิ์ได้รับค่ารักษาพยาบาล และเวชภัณฑ์ เดือนละ 2,000 บาท แต่ต้องทำหนังสือชี้แจง ว่าเราต้องใช้อะไรบ้าง ทานยาอะไร ใช้อุปกรณ์ ในการดูแลรักษาอะไร โดยนำเอกสารนี้ยื่นเรื่องพร้อมกัน อย่าผิดพลาดอย่างผม เพราะไปยื่นเรื่องทีหลัง ก็ได้เงินตรงส่วนนี้ช้าลง ผมว่าเยอะนะครับตั้ง 2,000 บาท นำเอกสารนี้เดินเรื่องพร้อมกันกับ สิทธิ์เงินชดเชย





สำเนาเอกสารเมื่อไปเบิกเงินจากประกันสังคม ที่ได้จาก 2 ส่วนคือ เงินชดเชย และเงินค่ารักษาฯ



3. ผมนำตัวอย่างเอกสารที่หลังจากไปเบิกเงินแล้วจะได้รับจากประกันสังคม ซึ่งแสดงรายการ 2 รายการคือ เงินชดเชย และเงินค่ารักษาพยาบาล

ผมหวังว่า ข้อมูลในเรื่องการรักษาสิทธิ์เรื่องเงินชดเชย แลเงินค่ารักษาพยาบาล ที่ผมมีประสบการณ์ตรงนี้ จะพอมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ครับ

ขอบคุณครับ


ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 086-314-7866
Tel. & Fax.: 02-924-2726
update : July 13, 2007

3 comments:

  1. เมื่อ จ. 16 ก.ค. 2550 @ 00:20 [321228] [ลบ]
    ขอบพระคุณค่ะ

    ReplyDelete
  2. เมื่อ จ. 16 ก.ค. 2550 @ 00:29 [321230] [ลบ]
    สวัสดีค่ะคุณปรีดา

    ข้อมูลต่างที่นำมาเป็นประโยชน์สำหรับสังคมที่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ค่ะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
  3. เห็นด้วยค่ะ ต้องรีบเดินเรื่อง ติดตาม เพราะเงินทุกบาทมีค่ามากในตอนที่เดือดร้อน
    ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อเป็นคนที่มีงานทำ ถูกบังคับให้อยู่ในระบบประกันสังคม
    เงินก็หักเราทุกเดือน พอเราจะยื่นเรื่องขอรับสิทธิประโยชน์บ้าง
    ก็วางเงื่อนไขเยอะ

    อย่างตอนแม่เสีย ก็ไม่ได้รับเงินค่าทำศพ เพราะจนท.ประกันสังคมอ้างว่าแม่เป็นผู้บริหารกิจการ ไม่ใช่ลูกจ้าง
    แล้วที่ผ่านมาก็เงินประกันสังคมของแม่ไปทุกเดือน ไม่เคยปฏิเสธ คัดค้าน โต้แย้ง

    อีกเรื่อง กรณีว่างงาน คนหูหนวกมักไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
    ทำให้เขาไม่ได้ยื่นเรื่องที่ประกันสังคม ภายใน 30 วัน (เขาลาออกจากงาน)
    จึงไม่ได้รับเงินครบตามเงื่อนไข นอกจากนี้ยังต้องไปรายงานตัวทุกเดือน เพื่อยืนยีนว่าตัวเองยังตกงานอยู่

    ReplyDelete