78 : อยากให้คนพิการให้ึความสนใจในการยื่นภาษีบุคคล เพื่อแสดงสถานะการมีรายได้ต่อสังคม

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความในครั้งนี้ ผมคิดอยู่พักใหญ่ว่าจะพิมพ์ให้เพื่อนๆ อ่านดีหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่า เพื่อนคนพิการ หรือญาติ คนใกล้ชิด จะให้ความสำคัญรึเปล่า เพราะเป็นเรื่อง "การยื่นภาษีบุคคล" แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าพิมพ์บทความดีกว่า ไม่งั้นจะค้างคาใจ เนื่องจากเรื่องนี้จะเกี่ยวพันกับเรื่องการทำประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุ ที่ผมกำลังผลักดันร่วมกับผู้ใหญ่ในวงการคนพิการอีกหลายท่าน อยู่นะครับ

งั้นคงต้องเกริ่นยกตัวอย่าง ให้เห็นภาพง่ายๆ ร่วมกันก่อน คือเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2553 ผมมีโอกาสได้รับเชิญไปเป็น Guest Speaker ในหัวข้อ "Motivation & Trust" ให้กับโรงงาน Michelin ซึ่งก็ทำให้ผมมีรายได้จากการไปเป็นวิทยากร ขณะที่ผมรับเงินมานั้น ทางบริษัท Michelin (ผู้ผลิตยางมิชิลิน) ก็ได้ให้ผมเซ็นต์ชื่อในเอกสารรับเงิน ในสำเนาบัตรประชาชน และได้ให้เอกสารใบหัก ณ ทีี่จ่าย 3% มาด้วย

เอกสารใบหัก ณ ที่จ่าย 3% ที่ผมนำมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

ปกติผมมีกิจการจดทะเบียนพาณิชย์แห่งหนึ่ง ชื่อ "อินเซอร์เทค" ซึ่งถือว่าเป็นแบบุคคล ทุกปีผมก็จะยื่นภาษีเงินได้บุคคล และปีนี้เป็นครั้งแรกนะครับ ที่คนพิการสามารถหักลดหย่อนได้ 190,000 บาท เท่ากับผู้สูงอายุ ส่วนตัวแล้วผมอยากให้ตัวคนพิการเมื่อมีรายได้ ก็นำเอกสารที่เคยเซ็นต์รับเงิน รวบรวมทั้งปี ไปกรอกแบบ ภงด. บุคคล ที่ทำการเขตของตนเอง ผมคิดว่า ถ้าทำงานกันทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่คงไม่ต้องเสียภาษีหรอกครับ และถ้าใคร โดนหัก 3% เหมือนตัวอย่างในภาพของผมนั้น ก็สามารถขอคืนภาษีส่วนนี้ได้อีกนะครับ

ในอดีตที่ผมเคยทำโครงการเทเลเซลล์ มีคนพิการได้รายได้หลักแสนบาท ตลอดทั้งปี หลายคน แต่ตอนนั้นผมก็ยังไม่คิดว่า วงการประกันภัย ประกันชีวิต จะให้ความสำคัญเรื่องนี้ จึงละเลยที่จะบังคับสมาชิกคนพิการ ให้ยื่นภาษี ภงด. ด้วยการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แล้วเป็นไฟต์บังคับ ถ้าคนไหนอยากได้เงินคืน ให้ไปยื่นภาษีเพื่อขอคืนเอง ที่สำคัญตอนนั้น คพิการหลายคนยืนยัน มั่นใจว่าคนพิการไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งตามข้อเท็จจริงนั้นไม่ใช่ ถึงจะพิการแต่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องเสียภาษีเช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นที่ไม่ได้หัก 3% เอาไว้เพราะว่า ลองคำนวณดูแล้วยังไงรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ก็ไม่ต้องเสียภาษี ทางกรมสรรพากรจึงไม่ซีเรียสอะไร

ที่ผมต้องเขียนบทความนี้ก็เพราะว่า ผมได้ไปทำประกันอุบัติเหตุมาแล้ว ดีใจมากๆ เพราะว่า เท่ากับว่า เวลาผมออกนอกบ้าน เกิด 10 ล้อ รถพ่วงมาชนจนผมตาย อย่างน้อยก็มีเงินจัดงานศพละครับ ไม่ต้องรบกวนทางบ้าน เกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังเบิกได้ เพราะผมเข้าโรงพยาบาลเอกชนเป็นหลัก โรงพยาบาลชองรฐต้องรอนาน ผมจึงไม่ค่อยได้ไปครับ

ทางธนาคารที่รับทำประกันอุบัติเหตุให้กับผมนั้น เขาจะพิจารณาเฉพาะคนพิการที่มีรายได้เท่านั้นนะครับ ซึ่งผมคิดว่า ก็สามารถดูได้ 2 อย่าง คือ เรื่องการเดินรายการบัญชีธนาคาร ว่ามีเงิหมุนเวียนเข้าออกหรือไม่ และอีกข้อที่ผมคิดว่าเราสามารถนำมาแสดงได้ คือเอกสารการยื่นเสียภาษี ภงด.บุคคล เพราะเป็นเอกสารทางราชการที่ยืนยันการมีรายได้ของเรา

ในแผนงานแนวทางที่ทาง คปภ. ได้ออกมาเพื่อขอความร่วมมือกับบริษัทประกันภัย ประกันชีวิต ต่างๆ นั้น ระบุชัดเจนนะครับ ว่า ถ้าจะรับทำประกันให้กับคนพิการต้องพิจารณาว่า คนพิการนั้นๆ มีรายได้ ด้วย ดังนั้นแล้วผมจึงอยากรณรงค์ให้ พวกเราคนพิการ ถ้ามีรายได้แล้วก็ควรที่จะยื่นภาษี กันนะครับ และให้เข้าใจได้ว่า การยื่นภาษี ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีครับ

พิมพ์บทความเมื่อ 7 มกราคม 2554

No comments:

Post a Comment