ผลการผ่าตัด

จริงๆ แล้ว หลังจากการผ่าตัด ผมยังไม่ทราบอะไรมากนัก เพราะถูกปิดบังจากทุกคน กว่าจะรู้ความจริง ก็ประมาณ 15 วันหลังจากการผ่าตัด

แต่ผมขอกล่าวถึง ผลการผ่าตัด เลยดีกว่าเพื่อให้เป็นลำดับขั้นตอนในการเรียบเรียงเนื้อหา และให้ทุกคนทราบผลการผ่าตัด ก่อนผมเหมือนเรื่องราวของผมจริงๆ

คุณหมอทั้งสองท่านได้ทำการผ่าตัดรักษาผมอย่างดี ไม่ต้องผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง โดยนำเศษกระดูกออก และนำกระดูกส่วนอื่น เข้าไปทดแทน 2 จุด มัดด้วยลวด แข็งแรงดี (เพราะปัจจุบัน ถึงผ่านมา 5 ปีกว่าแล้ว ก็ไม่มีผลกระทบอะไรจากการผ่าตัด เช่น เจ็บ หรือปวดคอเลย)

กระดูกที่แตกได้ไปกดทับ ไขสันหลังบริเวณ ข้อกระดูกคอ C6-7 ทำให้ เนื้อไขสันหลังบริเวณนั้นเป็นเนื้อตาย เพราะขาดออกซิเจน ส่งผลให้ผมเป็นผู้ป่วยกลุ่ม spinal cord injury(บาดเจ็บที่ไขสันหลัง) ซึ่งจัดอยู่ในจำพวก quadri คือไม่สามารถใช้งานมือ 2 ข้าง เท้า 2 ข้างได้

หมายถึง อาการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง อันเนื่องจากอุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้สมองไม่สามารถสั่งการ หรือ ควบคุม กล้ามเนื้อ และระบบประสาทต่างๆ ตั้งแต่ระดับ C6-7 ลงไปได้ ทำให้

1. ตั้งแต่ระดับหน้าอก ถึงปลายเท้าไม่สามารถรับรู้ความรู้สึก และไม่สามารถสั่งการได้

2. หัวไหล่สามารถรับรู้ และสั่งการได้เต็มที่ แต่ใต้รักแร้จะรู้สึกชาหนาๆ มากๆ บางจุดก็ไม่รู้สึก

3. ข้อศอก และกล้ามเนื้อใต้แขนไม่รู้สึก แต่สามารถเคลื่อนไหวข้อศอกได้เต็มที่ แต่ยังไม่ค่อยมีแรง

4. ช่วงข้อมือ ถึงข้อศอกฝั่งนิ้วก้อยทั้งแถบ ไม่รู้สึก ส่วนฝั่งนิ้วโป้งรู้สึกแต่ชาหนา มากๆ

5. ข้อมือยังเคลื่อนไหวไม่ได้

6. ฝ่ามือไม่รู้สึก บริเวณนิ้วโป้งรู้สึกน้อยมาก และทั้ง 10 นิ้วขยับไม่ได้เลย

7. แขนทั้งสองข้างยังบิดอยู่ (เห็นนักกายภาพบำบัด บอกว่าน่าจะยังอยู่ในช่วง spinal shock อยู่)

ส่วนบริเวณลำคอ เจ็บและ ปวดมากครับ ต้องใส่ soft colla เพื่อไว้ป้องกันบริเวณลำคอ และประคอง-ป้องกันบริเวณคอเนื่องจากยังไม่มีแรง หรือผลจากการเคลื่อนไหว

ผมจำได้เลยว่า มีญาติคนหนึ่งชื่อ เฮียชัย (เป็นพี่เขย ที่แต่งกับลูกพี่ลูกน้องผู้พี่ของผม) เขามาเยี่ยมผมที่ห้อง I.C.U. ผมให้แกดูที่นิ้วโป้งเท้า ว่าขยับได้ไหม แกดูอยู่นาน แล้วบอกว่า ขยับได้ ผมดีใจมาก ไม่รู้ว่าแกพูดเพื่อให้ผมดีใจรึเปล่า

มีครั้งหนึ่ง เพื่อนผมมาเยี่ยมที่ห้อง I.C.U. เช่นกัน ผมบอกเพื่อนว่า อีก 2-3 เดือนก็เดินได้แล้ว ญาติผมเดินร้องไห้ออกไปนอกห้องเลย

ทั้งหมดก็เป็นอาการหลังจากผ่าตัดเสร็จครับ ผมอยู่ที่ห้อง I.C.U. ประมาณ 7 วัน คุณหมอก็ให้ผมไปอยู่ห้องพิเศษ เพราะอาการดีขึ้น และโดยปกติแล้ว คุณหมอแทบทุกคนไม่อยากให้คนป่วยอยู่ในห้อง I.C.U. นาน เนื่องจากจะกังวลใจเรื่องติดเชื้อ

(การติดเชื้อจะติดได้แทบจะทุกส่วนที่เชื้อโรคในโรงพยาบาลจะเข้าไปได้ โดยเฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ เช่น ในปอด หรืออาจจะเป็นติดเชื้อที่แผล)

..................................................................

ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องติดเชื้อ

การติดเชื้อแบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ

1. การติดเชื้อเนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยเอง เพราะร่างกายของมนุษย์เรานั้นมีเชื้อโรคอยู่แล้ว เมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือมีแผลก็อาจติดเชื้อที่อยู่ในร่างกายของเราเองได้

2. การติดเชื้อจากสภาพ หรือสภาวะภายนอก เช่นการติดเชื้อไวรัสต่างๆ ที่ลอยมากับอากาศ หรือในที่ชุมชน หรือเช่นการเข้าห้องน้ำในที่สาธารณะแล้วติดเชื้อ เป็นต้น

3. การติดเชื้อในโรงพยาบาล เพราะในโรงพยาบาลจะมีเชื้อโรคแปลกๆ หลายตัวเช่นเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อที่ผู้ป่วยติดในโรงพยาบาลนั้นจะพบแต่เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อนข้างรุนแรง

จึงเป็นสาเหตุให้ แพทย์มักอยากให้ผู้ป่วยกลับบ้าน เพื่อลดการติดเชื้อในโรงพยาบาล

ผมอ่านและเข้าใจจึงจดจำรายละเอียดได้เพียงเท่านี้ครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล

ผู้เขียน blog นี้เองครับ

.........................................................

จริงๆ แล้วคุณหมออยากให้คนป่วยหายไวๆ แล้วกลับบ้านด้วยซ้ำ เพราะถึงจะเป็นห้องพิเศษ ก็อยู่ในโรงพยาบาลอยู่ดี ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องติดเชื้อจนได้

เห็นผมเริ่มพูดแต่เรื่องติดเชื้อๆ อยู่ได้

ถูกต้องนะครับ หมายถึงใช่แล้วครับ ผมก็เป็นคนป่วยทั่วๆไป ไม่ใช่เทวดา จึงติดเชื้อจนได้

ผมคงพอแค่นี้ก่อน ค่อยเล่าต่อตอนหน้าครับ

ขอบคุณมากครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 086-314-7866
email : preeda.limnontakul@gmail.com

Date : April 7, 2007

7 comments:

  1. เมื่อ อ. 17 เม.ย. 2550 @ 01:35 [227259] [ลบ]
    จะบอกว่าราณีอ่านข้ามบล๊อกนี้ไปยังบล๊อกกายภาพบำบัดได้ยังไงไม่รู้ อิ อิ เดี๋ยวนี้ยังมีอาการติดเชื้ออยู่อีกหรือไม่ค่ะ อยากรู้จริง ๆค่ะ

    ReplyDelete
  2. เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 00:51 [241985] [ลบ]
    คุณปรีดาบรรยายเรื่องการติดเชื้อและอาการต่างๆได้ละเอียดมากๆค่ะ ชื่นชมในการเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ความทุพพลภาพไม่ได้เป็นอุปสรรคในการรับรู้และถ่ายทอดเลย น่านับถือจริงๆค่ะ

    ReplyDelete
  3. veerin วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 16.25 น.
    http://www.oknation.net/blog/veerin



    ขอให้คุณปรีดา อาการดีขึ้นเร็ววันนะคะ ขอให้เข้มแข็งและสู้ต่อไปนะคะ สู้ สู้ค่ะ

    ReplyDelete
  4. รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 20.04 น.
    http://www.oknation.net/blog/wana22



    อาการบาดเจ็บที่คุณกำลังเผชิญ คงต้องใช้ความเข้มแข็งมาก เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

    ReplyDelete
  5. rainny วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 13.22 น.
    http://www.oknation.net/blog/rainny
    Good Times



    ขอบคุณสำหรับเรื่องที่เล่า และความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดเชื้อค่ะ

    ReplyDelete
  6. zuni วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 20.32 น.
    http://www.oknation.net/blog/zuni



    เชื้อโรคในโรงพยาบาลจะอันตรายที่สุด เพราะมันมีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศ จากยาสารพัดชนิดที่มันรับเข้าไป เพื่อความอยู่รอดและดำรงเผ่าพันธุ์ของมัน มันจึงพัฒนาสายพันธุ์จนกลายเป็นเชื้อดื้อยาไงคะ บริษัทยาก็ต้องผลิตยามาต้าน สู้กันเช่นนี้ต่อไปจนชั่วลูกหลานค่ะ คนไข้ก็จนลงๆไงคะ

    ReplyDelete
  7. ใช่จริงๆด้วย ตอนที่พี่สาวเราเข้าห้องICU คุณหมอก็ไม่ได้ให้อยู่นาน ทีแรกก็เข้าใจว่าเตียงมีน้อย ไม่พอ อยากรีบผลักดันให้คนไข้ออกจากICUเร็วๆ

    ReplyDelete