94 : บทความชุด “ผมกำลังจะกลายเป็นผู้ประสบภัย” ตอนที่ 43 @ 4 พฤศจิกายน 2554 ชื่อตอน "สายสวนตันขณะเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2554"

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความนี้ผมก็กำลังอยู่ในช่วงภาวะภัยพิบัติน้ำท่วม 2554 อยู่นะครับ ซึ่งบทความนี้จะพิเศษตรงที่จะวางอยู่ในบล็อก Preeda Station ต่างจากบทความทั้งหมดที่ถกวางใน Preea no iken dezu. ครับ เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยจากความพิการ เรื่องมีอย่ว่า (ขอท้าวความสักนิดนะครับ) ผมเป็นคนพิการทุพพลภาพระดับรุนแรง ค่อนตัว ไม่สามารถใช้มือเท้าทั้ง 4 ได้ จนถึงระดับนิ้วมือ สาเหตุจากคอหัก แน่นอนทำให้ต้องใส่สายสวน 24 ชั่วโมง เพราะขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้

โดยผมจะมีการเปลี่ยนสายสวนทุก 15 วัน แต่ผลจากการที่ผมอยู่ในบ้าน อีก 2 วันจะครบ 1 เดือนที่ผมยังไม่ได้เปลี่ยนสายสวน จึงมีความเสี่ยงที่สายสวนจะตันได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมคงต้องแย่แน่ๆ ในที่สุดเมื่อคืน (4 พฤศจิกายน 2554) ผมก็เริ่มมีอาการสายสวนตัน จึงต้องรีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกครั้งในชีวิตความพิการ 10 ปี ท่ามกลางน้ำท่วม และเพื่อให้สะดวกเป็นกรณีศึกษากับคนพิการทุพพลภาพลักษณะเดียวกับผม จึงขอแนะนำเป็นขั้นตอนพร้อมคำอธิบาย เท่าที่ผมจินตนาการ+ความรู้ที่คิดเอง ควบคู่ไปด้วยนะครับ

1. รีบหมุนเตียงให้ขึ้นสูงที่สุด เพื่อเพิ่มความสูงให้เกิดแรงดันจากกระเพาะปัสสาวะไปยังถุงเก็บปัสสาวะมากขึ้นกว่าปกติ


2. ปลดถุงเก็บปัสสาวะที่ติดข้างเตียงให้ลงต่ำสุด แต่ห้ามวางถุงบนพื้น เพราะสายอาจพับงอ ทำให้ปัสสาวะตันเหมือนเดิม ที่ปลดลงต่ำเพื่อให้มีความต่างของความสูงเพิ่มขึ้นจากเดิม เหตุผลเดียวกับข้อ 1. ครับ ในระหว่างที่ผมกำลังแก้ปัญหา ก็จะไม่ลืมตรวจเช็คปริมาณปัสสาวะได้ไว้ที่ 500 cc. เพราะว่า ถ้าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ได้ผล ต้องมีปริมาณปัสสาวะเพิมขึ้น


3. รีบนำหมอนหนาๆ มารองบนก้น เพื่อให้แอ่นตัวขึ้น โดยผมจินตนาการว่าที่สายสวนตัน อาจจะมีปัจจัยเรื่องตะกอนในกะเพาะปัสสาวะที่สะสมไว้ในท่าที่ผมนั่งตลอด และปลายสายโฟเล่ อาจจะจุ่มไปที่กองตะกอนได้ การทำท่านี้ที่เอาหมอนรองก้น เปรียบเสมือนการืดตัว ทำให้ตะกอนย้ายที่สะสมไปจุดอื่นของกระเพาะปัสสาวะ และน่าจะทำให้ปลายสายสวนโล่งขึ้น และทำให้ปัสสาวะสะดวกที่จะถูกดันออกมา

หลังจากทำท่านี้อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่าอาการปวดและชา ขนลุก ลดลงจนหาย รวมทั้งปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้นจาก 500 เป็น 800 และ 1,000 cc. ภายในครึ่งชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าข้อสันนิษฐานนั้น พอจะมีมูล หรือมีแนวโน้มที่เป็นอย่างที่คิด

ปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้นถึง 1,000 cc.

4. แต่ถึงอาการจะดีขึ้นแล้ว ผมก็ยังต้องทำให้ครบกระบวนการ คือ เวลาปวดจากสายสวนตันนั้น จะมีอาการกล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งด้วย ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากภายใน บริเวณกระเพาะปัสสาวะ วิธีคือ การดันข้อเท้า ให้ลดอาการเกร็ง ปรกอบกับการเอาหมอนไปรองก้นนั้น ทำให้เกิดการยืดกล้ามเนื้อไปด้วย สังเกตุได้ว่า อาการเกร็งลดลงมาก คล้ายการคว่ำ แล้ววิดพื้น

5. เอาหมอนออก แล้วดันข้อเท้าลดเกร็งอีกสัก 15 นาที เพื่อรอการเขย่าตะกอนในกระเพาะปัสสาวะด้วยการตะแคงไปมา ซึ่งวิธีการนี้ต้องทำมากๆ ในกรณีที่สายสวนยังตันอยู่ ดูจากปริมาณปัสสาวะยังไม่เพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากปัสสาวะของผมเพิ่มขึ้น จึงทำกระบวนการนี้ไม่มาก แต่ต้องทำให้ครบตามที่คิด เพราะไหนๆ ก็เสียเวลาแก้ปัญหามาแล้ว

ท่านอนตอนเอาหมอนรองก้นออก เป็นการนอนหงายรอตะแคง

ตะแคงขวาสัก 5 นาที

นอนหงายอีกครั้ง

ตะแคงซ้าย 5 นาที

จริงๆ แล้วการที่สายสวนตันนั้นไม่ได้เกิดบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่เกิด ผมสังเกตุว่า มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัยต่างๆ ลงตัว เช่น คาสายสวนนานเกินไป หรือ/และมีตะกอนสะสมมากเกินไป หรือ/และคุณภาพของสายสวนไม่ดีพอ หรือ/และมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือ/และในสายสวนมีฟองอากาศมากเกินไป เป็นต้น

หวังว่าเพื่อนๆ คนพิการทุพพลภาพจะได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ผมอาจจะไม่สามารถอธิบายในเชิงการแพทย์ได้ ได้เพียงจินตนาการ และทดลองทำ ลองแก้ปัญหา แทบทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ผลครับ

ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำท่วม ผมก็เพียงอยากสื่อสารว่า ในภาวะใดก็ตามที่ไม่ปกติ เช่น น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี หาวกเราเจอกับปัญหาก็ควรแก้ไข โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทดลองดูก่อน ไม่ได้ผลไม่เป็นไร "เวลาเป็นของเรา เราเป็นเจ้าของเวลา" เราสามารถใช้เวลาเท่าที่เราต้องการ อย่าให้เวลาสูญเสีย ผ่านเลยไป


No comments:

Post a Comment