50 : "ถุงฉี่" อุปกรณ์ใกล้ตัวที่อาจทำร้ายเราอย่างคาดไม่ถึง

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคนที่ได้ติดตามอ่านบทความของผม ที่เกี่ยวข้องกับอาการพิการ หรือความทุพพลภาพ บทความนี้ผมขอเขียนถึง “ถุงเก็บปัสสาวะ” ที่ผู้ทุพพลภาพส่วนใหญ่จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นเวชภัณฑ์รายการหนึ่งที่ ผู้ทุพพลภาพแทบทุกคนต้องเคยได้ใช้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว เป็นเพื่อนซี้กันเลย เพราะอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง

สืบเนื่องมาจากว่า ช่วงหลังมานี้ผมได้มีโอกาสออกไปพบเห็น หรือร่วมกลุ่มกับผู้พิการบ่อยขึ้น ผมกลับสังเกตเห็นว่า เรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากๆ อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่อง ถุงเก็บปัสสาวะ ที่ควรจะอยู่ต่ำกว่า กระเพาะปัสสาวะ แต่ผมกลับเห็นเพื่อนๆ หลายคนที่เป็นผู้ทุพพลภาพ กลับนำมาวางในตำแหน่งที่เท่ากัน หรือสูงกว่ากระเพาะปัสสาวะ

ผมก็เลยได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้พิการ และทุพพลภาพหลายคน จึงพอจะได้ข้อมูลที่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้หรือ ที่ผู้ทุพพลภาพที่ต้องใช้ถุงเก็บปัสสาวะเป็นประจำ หรือตลอดเวลา จะไม่ทราบข้อมูลที่สำคัญมากๆ ทางด้านข้อปฏิบัติ และเหตุผล ที่มาที่ไป ของข้อปฏิบัติ ในการใช้งานถุงเก็บปัสสาวะ

จริงๆ แล้วข้อปฏิบัติ และข้อควรระวังที่ผมกำลังจะนำเสนอนั้น คงบอกไม่ได้ 100% ว่ามันถูกต้องตามหลักการทั้งหมดไหม เป็นเพียงแต่ความเข้าใจของผมเท่านั้น ซึ่งผมก็จะพยายามอธิบายด้วยเหตุผลที่ผมเข้าใจ ประกอบบทความครับ

คงต้องเริ่มจากผมขอชี้แจงก่อนว่า เหตุผลในการอธิบายของผม อาจเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ง่ายๆ ซึ่งก็คงจะมีคนทราบมากมาย แต่ผมมีเจตนาเขียนให้ผู้ที่ยังไม่ทราบได้อ่านกันนะครับ ส่วนคนไหนที่ทราบแล้ว ก็แล้วๆ กันไปนะครับ อย่าถือสากันนะครับ ประมาณว่า ไม่รู้จะเขียนทำไม ไอ้เรื่องง่ายๆ รู้ๆ กันอยู่แบบนี้ แต่ผมขอกระซิบบอกว่า น่าจะมีผู้ทุพพลภาพบางท่านอาจจะมองข้าม หรือไม่ทราบจริงๆ ครับ

งั้นเรามาเริ่มกันเลยนะครับ จากสิ่งใกล้ตัวครับ

ผมขอเริ่มจากการอธิบายเรื่องใกล้ตัวหลายเรื่อง แล้วจึงนำทุกอย่างมาประกอบกันนะครับ ก็จะทำให้ง่ายในการที่จะเข้าใจ

“ที่สูง กับที่ต่ำ” ครับ แน่นอนเลยครับว่า ทุกคนต้องมองออกแน่ว่า ถ้าเราเทน้ำจากที่สูง น้ำก็จะไหลลงสู่ที่ต่ำ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า เราอาศัยอยู่ในโลก ซึ่งมีทิศทางของแรงดึงดูดชนิดหนึ่งที่วิ่งเข้าหาใจกลางโลก ที่เรียกว่า แรงโน้มถ่วงของโลก หรือถ้าจะให้อธิบายแบบง่าย รวบรัด ตัดความคือ พวกเราอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ ที่มีกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติว่า มีแรงดึงดูดวิ่งเข้าหาใจกลางโลก จึงทำให้ ของที่อยู่บนที่สูง (ห่างออกจากโลก) วิ่งเข้าสู่โลก ซึ่งก็ถือว่าเป็นที่ต่ำกว่า (ใกล้โลกมากกว่า) ดังนั้น ผลไม้พอหลุดจากขั้ว ก็ร่วงลงพื้นทันที หรือถ้าเราปาหินขึ้นฟ้า สักพักก้อนหินก้อนนั้น ก็จะตกลงสู่พื้นเองครับ

ดังนั้นหมายความว่า ถ้าผมนั่งอยู่บนเตียง ซึ่งแน่นอน ย่อมจะต้องสูงกว่าพื้นในห้องที่ตั้งเตียงอย่างแน่นอนนะครับ หรือถ้าคุณนั่งรถเข็น แสดงว่าก้นคุณอยู่สูงกว่าเท้า โอเค งั้นเราไปคุยกันต่อเรื่อง


เรื่อง “กาลักน้ำ” ที่ปกติเราต้องดูดน้ำที่อยู่ที่สูงกว่า นิดหน่อยก็ได้ ไม่ต้องสูงมาก ด้วยสายยาง พอน้ำวิ่งออกจากสายยางก็รีบจุ่มสายยางไปในถังน้ำ กระถัง หรือภาชนะอะไรก็ได้ เราก็จะได้น้ำจากที่สูงด้วยวิธีกาลักน้ำ จนกว่าเราจะพอ เราก็รีบดึงสายยางออก นี่แหล่ะครับเป็นตัวอย่างง่ายๆ พื้นฐาน ในชีวิตประจำวัน ที่ใช้หลักการเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก บวกกับเรื่องแรงดันน้ำ บวกกับเรื่องระบบปิด ผมจะอธิบายแยกเป็นส่วนๆ ง่ายๆ อีกทีนะครับ

เรื่องแรงโน้มถ่วง หรือ ของเหลวต้องไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เกี่ยวข้องกับ "ถุงฉี่" หรือ "ถุงปัสสาวะ" โดยตรงคือ ถุงฉี่ควรอยู่ต่ำกว่า กระเพาะปัสสาวะเสมอ

เรื่องแรงดันน้ำ ให้ทราบว่า ในระบบทั้งหมดคือ จากกระเพาะปัสสาวะผ่านมายังถุงฉี่ ด้วยสายโฟล์เล่และสายยางจากถุงฉี่ ทั้งหมดนี้มีแรงดันมาเกี่ยวข้องตลอดเวลา สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ตรงที่ว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเอาถุงฉี่ วางไว้ที่ระดับหัวเข่า แรงดันในถุงฉี่ที่ตำแหน่งหัวเข่าจะน้อยกว่า ที่ระดับปลายเท้า เพราะที่ข้อเท้ามีความแตกต่างด้านความสูง เมื่อเทียบกับกระเพาะปัสสาวะ มากกว่าที่ระดับหัวเข่าครับ

ดังนั้นผมเห็นเพื่อนผู้พิการบางคนเอาถุงฉี่ไว้ ที่ระดับเดียวกับกระเพาะปัสสาวะ ก็แสดงว่าแทบไม่มีแรงดันเลย ซึ่งค่อนข้างอันตราย เพราะจะทำให้ปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะวิ่งมาที่ถุงฉี่ไม่สะดวก

อธิบายเพิ่มเติมได้อีกว่า ถ้าเวลาคุณนั่งอยู่บนเตียง ถุงฉี่ห้อยไว้ข้างเตียง คือองค์ประกอบครบทั้งเรื่องที่สูง ที่ต่ำ และเรื่องดัน ซึ่งถ้าบังเอิญว่าคุณลืมดื่มน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ในกระเพาะปัสสาวะของคุณไม่มีน้ำปัสสาวะ แต่มีแรงดันที่ถุงฉี่ มันจะพยายามดูดน้ำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะ จึงถึงกับดูดเลือดของคุณออกมาแทนเลยนะครับ


ตามภาพที่เห็น ถุงฉี่ของผมเอง ผมดื่มน้ำน้อย เลยมีเลือดปน ดังนั้นมันก็จะแสดงให้เห็นว่า ผมควรจะดื่มน้ำมากๆ แล้วปัสสาวะก็จะปกติครับ สำหรับผมถือว่าไม่อันตรายอะไรมาก เพียงแต่อย่าให้มันเป็นเลือดนานเกินไปเท่านั้นเอง แล้วก็ทานน้ำมากๆ ทุกวัน วันละ 3-5 ลิตร กะเวลาให้ดี แบ่งเวลาในการดื่มน้ำให้ได้ตลอดวัน หรืออาจจะกะช่วงเวลาที่สำคัญ ในการไม่ดื่มน้ำก็ได้ เช่นต้องออกไปทำธุระข้างนอก ต้องประชุม เป็นต้น

เมื่อทราบถึง 2 เรื่องสำคัญไปแล้ว อีกเรื่องที่ควรรู้ประกอบกันคือ ความเป็นระบบปิด ของการเดินปัสสาวะระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับถุงเก็บฉี่ หรือถุงฉี่ ที่กล่าวถึงตบลอดเวลาของบทความนี้ ว่าสำคัญมากๆ ครับ เราควรรักษาระบบปิดของการเดินปัสสาวะของตัวเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้าเรารักษาระบบปิด ได้ดีแล้ว ก็จะทำให้เราลดโอกาสที่จะติดเชื้อไปได้อย่างมาก ดังนั้นถ้าเมื่อไหร่ เราจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายถุงฉี่ ก็ควรจะรักษาระบบปิดด้วยการ หักงอสายยางของถุงเก็บฉี่ ให้เรียบร้อย ถ้ากลัวผิดพลาดก็ควรมัดด้วยหนังสติ๊ก หรือหนังให้เรียบร้อยนะครับ

ขอบคุณครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล (ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ)

2 comments:

  1. "น้ำสีเลือด" ทางหมอหรือคนพิการหลายคนเรียกว่า "ฉี่สีน้ำล้างเนื้อ"
    เท่าที่ทราบ.... มันเป็นอาการเบื้องต้นของ"การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ"ครับ
    ส่วนบางคน ที่อาจจะวางถุงฉี่ไปสูงได้ เป็นเพราะ.... เขาเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองแล้ว ขนาดไหน เป็น หรือไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพครับ(แต่มีบางคนเผลอ ประมาท ก็เตือนกันได้ครับ)

    ReplyDelete
  2. บางคนเรียก สายถุงฉี่ว่า "สายดิน" ละ

    ReplyDelete