Showing posts with label รถเข็น. Show all posts
Showing posts with label รถเข็น. Show all posts

103 : เกิดเหตุรถเข็นของผมยางแตก จึงต้องไปใช้รถเข็นของทางศูนย์การค้า Central World แทนครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ผมคงจะขอสั้นๆ นะครับ สืบเนื่องจากตลอด 10 กว่าปีมานี้ ในช่วงหลังที่ได้ออกนอกบ้านบ่อยๆ นั้น ผมจะไม่เคยนั่งรถเข็นของคนอื่น แต่เนื่องจากยางรถเข็นของผมได้แตกเมื่อตอนที่ไปศูนย์พันธุ์ข้าวดักคะนน จ.ชัยนาท เพื่อไปคุยงานเกี่ยวกับการปลูกข้าวให้ได้ 300 ถังต่อ 1 ไร่ แล้วยางน่าจะไปโดนลวดพอดี พอเช้าวันนี้ที่ 16 พ.ค.55 ออกแต่เช้า ปรากฏว่า ร้านจักรยานยังไม่เปิด จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการมาใช้รถเข็นที่ Central World แทนครับ

ปัจจุบันนี้ตามศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ต่างๆ นั้น จะมีรถเข็นสำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุแทบทุกที่นะครับ จึงถือเอาซะว่าได้ทดลองใช้ไปเลยครับ และในช่วงเย็นผมก็ไปที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วานด้วย สำหรับที่เดอะมอลล์ ต้องใช้บัตรประชาชนแลกรถเข็น แต่รถของทางเดอะมอลล์นั้นเป็นลักษณะคล้ายรถคนไข้ตามโรงพยาบาล ทำให้นั่งแล้วไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่ แต่ว่ายังไงก็มีให้ได้ใช้แก้ขัด ก็ต้องขอขอบคุณทาง Central World (ราชประสงค์) และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ


ภาพนี้ขอให้พี่ไพบูลย์ช่วยถ่ายให้ที่ Central World ครับ

อย่างน้อย พี่-น้อง คนพิการและผู้สูงอายุ ก็ยังอุ่นใจนะครับที่มีรถเข็นเอาไว้บริการให้เราหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่รถเข็นของเราไม่สามาถใช้งานได้ เพราะผมได้ไปทดลองมาให้เรียบร้อยแล้วครับ

ขอบคุณครับ

96 : ขึ้น-ลง รถ TAXI อย่างไร เวลาออกไปประชุมงานข้างนอกครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับคนพิการรุนแรงกลุ่มควอท ที่บาดเจ็บไขสันหลุงบริเวณคอตั้งแต่ C6 ขึ้นไปนั้น ก็จะมีน้อยคนมากที่ขับรถเอง แต่มีนะครับ เก่งกว่านั้นยังมีอีกหลายคนที่มีความพยายามที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยตัวเองให้มากที่สุด ส่วนตัวผมเลือกที่จะมีคนช่วยทุกขั้นตอนขณะออกนอกบ้าน ผมเลือกที่จะทำงานวันละ 15-18 ชั่วโมงต่อวัน แต่ไม่เลือกที่จะฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงกว่านี้ ไม่ขับรถเอง มีคนขับรถให้ เพราะรู้ว่าถ้าขับเอง อาจมีอาการหลับในเหมือนในอดีต วันนี้จึงอยากแบ่งปันภาพขณะลงรถมาฝากเพื่อนๆ จากการไปร่วมประชุมงานสมัชชาสุขภาะแห่งชาติ 2554 เมื่อ 2-4 กุมภาพันธ์ 2555 ครับ

มีสิ่งที่จะฝากข้อคิดให้กับเพื่อนๆ คนพิการรุนแรง ถึงการตัดสินใจใช้ชีวิตของตัวเราเอง ผมขอกล่าวในมุมผมละกันนะครับ 
  • ผมเลือกที่จะควบคุมน้ำหนักให้อยู่ระหหว่าง 60-65 กิโลกรัม จากการป้องกันเรื่องน้ำหนักมากเกินไป และน้อยเกินไป ไม่ให้เป็นแผลกดทับ และเพื่อให้คนอุ้มตัวผมไม่หนักเกินไป
  • ปัจจุบัน 10 กว่าปีผ่านมาแล้ว ยังไม่เคยอาบน้ำแบบตอนที่ยังไม่พิการ เนื่องจากสถานที่ยังไม่เอื้ออำนวย และน้องๆ ที่ดูแลก็ไม่สะดวก ข้อนี้ดูความเหมาะสมจริงๆ มากกว่าจะคิดว่า ตัวเองจะต้องอาบให้ได้นะครับ ซึ่งค่อนข้างอยู่ตรงกลางระหว่าง อยากอาบ กับควรอาบ โโดยสรุป คือผมไม่อาบเอง และจะอาบเมื่อคิดว่า ควรอาบ ในอนาคตครับ
  • ผมกลับให้ความสำคัญกับการขับถ่ายทุกวัน ไม่เว้น 10 ปีมาแล้วนับครั้งได้ว่า ไม่ได้ถ่ายกี่วัน และถ้าไม่ถ่าย ก็จะวางแผนไม่ทานอาหารเลย แต่จะกินน้ำเต้าหู้แทน
  • จะลูบหน้าท้องทุกวันว่า ลูบเจอกระดูซี่โครงหรือไม่ หลังขับถ่าย เพราะไม่อยากให้มีพุงใหญ่มากเกินไป คือมีนะครับ ในระดับที่พอรับได้
  • ทานผลไม้ 1 มื้อทุกวัน เพื่อให้ช่วยเรื่องขับถ่าย / ดื่มนมเปรี้ยว และโยเกิรต์ทุกวัน เพื่อให้ช่วยเรื่องขับถ่ายเช่นกันครับ
  • ไม่ได้ฝึกกำลังแขน เพราะว่าเหนื่อยและล้ามาก และถ้าฝึกต้องทำบ่อยๆ วันละหลายชั่วโมง อยากนำเวลาไปทำงานมากกว่า
  • เลือกที่จะออกจากบ้านประมาณ 10-15 วันต่อเดือน เพื่อให้มีเวลาทำงาน มากกว่าประชุมครับ


เตรียมตัวมัดสายกันปัสสาวะไหลย้อน

ถูกอุ้มออกมา


วางบนรถเข็น ที่มีเบาะรอง

คนขับถกำลังวางเท้าให้ตรงตำแหน่ง


กำลังวางเป้ให้ตรงตำแหน่งหว่างขา / ภายในเป้มีถุงเก็บปัสสาวะ


กำลังขยับก้นให้ตรงตำแหน่ง เพราะถ้าตรงนี้ทำไม่ดี
วันนั้นทั้งวันจะเมื่อยมากครับร้าวถึงต้นคอเลยครับ ทำให้เหนื่อยมากครับ




กำลังคลายสายยางที่รัดท่อยาง 
และจัดความเรียบร้อยอีกครั้ง และล็อคเป้กับตัวรถ


วางกระเป๋า อุปกรณ์ต่างๆ ให้ครบ

เข็นรถเข้า UN ครับ 

เพื่อไปร่วมประชุมในงาน ที่ส่วนตัวคิดว่า เป็นโอกาสอันดีของชีวิต เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปร่วมกันกับผู้รู้ ผู้ทำ ในจังหวัดชัยนาท ครับ

126: เรื่องเบาๆ สบายๆ เพี้ยนๆ กันได้ หรือจะว่าหาข้อสรุปไม่ได้ก็ได้ว่า "รถเข็นคนพิการมีกี่ประเภท"

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ จั่วหัวแบบเบาๆ เพราะไม่อยากให้ดูเครียดๆ กับเรื่องของคนพิการ อันเนื่องมาจากผมได้มีโอกาสไปที่ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ จ.นนทบุรี โดยนัดหมายกับ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ในการไปดูศูนย์สาธิตเครื่องมือฯ ที่มีอุปกรณ์ช่วยในการดำรงชีพ ทั้งของคนพิการและผู้สูงอายุ งั้นแถมเด็กน้อยไปด้วยครับ ระหว่างรอเวลาประมาณ 40 นาที ก็เห็นโปสเตอร์ (ทำมือ) ประเภทของรถเข็น ที่มีอยู่ 7 ประเภท ดังนี้
  1. รถนั่งเข็นคนพิการแบบปรับยืนได้
  2. รถนั่งเข็นคนพิการแบบปรับนอนทั้งตัว
  3. รถนั่งคนพิการแบบ 3 ล้อ
  4. รถนั่งคนพิการแบบนั่งถ่าย
  5. รถนั่งคนพิการแบบปรับเอนนอน
  6. รถนั่งคนพิการแบบช่วยเหลือตัวเอง
  7. รถนั่งคนพิการแบบมาตรฐาน
อ่านจบปุ๊บ ในหัวก็ฮา เพราะว่ามันมีอีกเยแะมากๆ เลยมีคำถามในสมองอีกประมาณ 4-5 ข้อ เกี่ยวกับทั้งบุคคลและองค์กร กำลังคิดหลายเรื่องทั้งเรื่องงานด้านคนพิการที่กำลังทำอยู่ เรยื่องส่วนตัว เรื่องประเด็นคนพิการ เพื่อนๆ อาจจะงงๆ ว่าทำไมผมคิดนี่ นั่น โน่น เยอะในเพียงเวลาไม่นาน มันเป็นเพราะว่าช่วงนี้มีเรื่องที่ทั้งดีและกลุ้มใจเยอะคละเคล้าอีรุงตุงนัง เต็มไปหมด แต่ที่คิดมากๆ ณ วินาทีนั้นก็เป็นเรื่องของศูนย์สิรินธร นั่นเอง 





แต่ทุกอย่างหยุดหมดครับ อันเนื่องจากมีน้องผู้ชายพิการคนหนึ่ง ค่อยๆ เข็นรถตัวเองมา พร้อมกับดันรถเข็นแปลกๆ มาด้วยอีก 1 คัน (ชะรอยจะนึกย้อนอดีตไปถึงตอนที่ผมเดินตาม และนั่งยองๆ ดูว่า มดมันกำลังทำอะไรอยู่เป็นวันๆ) ผมนั่งดูน้องเขาประกอบล้อ เข้าไปในรถเข็นจนเสร็จ แล้วก็ต้องร้องอ๋อ... เพราะมันคือรถเข็นสำหรับนักกีฬา ที่เราเคยเห็นในทีวี เวลามีแข่งพาราลิมปิคประเภทต่างๆ เช่น บาสเกตบอล เทนนิส แบดมินตั้น พูดคุยกับน้องต่อจนรู้ว่า เป็นนักกีฬาแบดมินตั้น ทำให้นึกถึงตอนยังไม่พิการแล้วไปตีแบดที่คอร์ด


จะบอกเพื่อนๆ ว่า ที่น้องเขานั่งรถเข็นสำหรับเล่นกีฬา ที่มีล้อกางๆ หน่ะ มันก็ไม่อยู่ในแบบที่ติดโปสเตอร์ ทำให้นึกไปถึงเรื่องการแบ่งกลุ่ม แบ่งประเภท แบ่งๆๆๆ อันนี้กำลังนึกไปถึงวิทยานิพนธ์ที่กำลังจะต้องเร่งทำให้เสร็จเพื่อขอสอบด้วย นั่นในสมองเริ่มมั่วๆ อีกแล้ว ว่าแล้วก็ใกล้ได้เวลานัดแล้ว แน่นอนว่ามีรถเข็นแบบต่างๆ อีกมากมายที่ไม่ได้มีในโปสเตอร์ เช่นกัน น่าจะมีใครสักคนทำอะไรๆ กับรถเข็นบ้างนะ ผมหมายถึงการจัดกลุ่ม แบ่งประเภท อะไรทำนองนั้นครับ

Follow me on Twitter
Visit me on Facebook