68 : ตัดสินใจทำสมุดผู้พิการ เพื่อเริ่มศึกษางานพิทักษ์สิทธิ์ (พิทักษ์สิทธิ์ ตอนที่ 1)

สวัสดีครับ เพื่อนๆ หลังจากที่ผมได้มีโอกาสออกมาสู่โลภายนอก โดยเฉพาะได้มาทำงานด้านการหางานให้ผู้พิการ ทำให้ผมเริ่มเห็นความสำคัญของผลประโยชน์ที่ผู้พิการควรจะได้รับจากภาครัฐ หรือสิทธิที่ควรได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผมสนใจเพียงสิทธิ์ประกันสังคม และสิทธิ์ประกันภัย และประกันอุบัติเหตุเท่านั้น เพื่อจะได้นำความรู้ที่ถูกต้อง มาถ่ายทอดให้กับเพื่อนผู้พิการ ครับ

อาจจะเป็นเพราะความบังเอิญ ที่ผมได้ยินมาว่า ถ้าผู้พิการมีสมุดผู้พิการ ก็จะมีส่วนลดในการขึ้นเครื่องบิน 50% เวลาไปต่างประเทศ หรือเดินทางในประเทศ คือแบบว่าผมคิดว่า ในอนาคตผมอาจได้ขึ้นเคื่องบินครับ (ปัจจุบันผมยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลย) ผมจึงไปทำ "สมุดผู้พิการ" ที่ศูนย์สิรินธรฯ เมื่อวันที่ 9/1/2551 ครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้ ผมถือว่า เรื่องการทำสมุดผู้พิการ เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาด้านพิทักษ์สิทธิ์สำหรับผู้พิการครับ .....อ่านต่อ


ข่าวประชาสัมพันธ์ 14 : มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการที่พัทยากลาง เปิดศูนย์พักพิงให้คนพิการและครอบครัว


มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการที่พัทยากลาง เปิดศูนย์พักพิงให้คนพิการ และครอบครัว โดยมี นายสุเมธ พลคะชา เป็นผู้ประสานงานโครงการศูนย์ช่วยเหลือคน พิการ และครอบครัวผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคน พิการ ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนพิการและครอบครัวคนพิการที่ประสบเหตุ จัดที่พัก ที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการในทุกประเภท และครอบครัวเข้าพักอาศัย ฟรี ที่มูลนิธิพระมาหาไถ่(พัทยากลาง) ซึ่งจะรับดูแลได้เต็มที่ประมาณ ๓๐๐ คนโดย จะประสานกับ ขสมก.ให้จัดรถรับส่งคนพิการมายังมูลนิธิ พร้อมเปิดสายตรง โทร. ๐๘-๖๘๔๓-๑๒๐๕ สำหรับผู้สนใจมอบความช่วยเหลือหรือบริจาคสิ่งของจำเป็นในชีวิ ประจำวัน รวมถึงผู้ที่ต้องการอพยพพักพิงที่ศูนย์ช่วยเหลือคนพิการมูลนิธิพระมาหาไถ่

ซึ่งทางองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ได้รับ ความเอื้อเฟื้อในการใช้สถานที่ในบริเวณโรงเรียนอาชีวะพระมาหาไถ่ อาคารCBE (Computer Business Management In English) ชั้น 2 เพื่อใช้สำหรับทำสำนักงาน ชั่วคราว เนื่องจากทางองค์การคนพิการสากลได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตกรุงเทพ มหานคร จึงไม่สามารถดำเนินงานได้ชั่วคราว




ติดตามข้อมูลล่าสุดในเว็บไซต์องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ ที่ http://www.dpiap.org/ หากท่านมีความประสงค์รับข้อมูลข่าวสารจากองค์การคนพิการสากล ประจำภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก เป็นภาษาอังกฤษ กรุณาแจ้งความประสงค์ได้ที่ infosupport@dpiap.org

ขออภัยหากอีเมล์ฉบับนี้เป็นการรบกวน หรือ ส่งซ้ำ หากท่านไม่ประสงค์รับข้อมูล ข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ กรุณาแจ้งได้ที่ supawat.intern@dpiap.org

ขอบคุณครับ
สุภวัฒน์ เสมอภาค
เจ้าหน้าที่ด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ
องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เลขที่ 92 พหลโยธิน 5 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ ฯ รหัสไปรษณีย์ 10400
โทรศัพท์ 02 271 2123 โทรสาร 02 271 2124
****************************************


83 : มาตรการภาษีสำหรับคนพิการ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ และผู้เกี่ยวข้อง วันนี้ผมพึ่งได้รับข้อมูลด้านภาษีขอการยื่นภาษีประจำปีสำหรับบุคคล ซึ่งเป็นของคนพิการ จากผู้อำนวยการฝ่ายกฏหมาย สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ จึงอยากส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้ทราบทั่วกันครับ

..............................................................

เรียน ผู้เกี่ยวข้องทุก(เท่าที่ผมบันทึกชื่อไว้)
เรื่อง มาตรการภาษีสำหรับคนพิการ
เนื่องจากบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีประจำปีและีบัตรประจำตัวคนพิการก่อนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ คาดว่าจะได้ลดหย่อนภาษีในปีภาษี ๒๕๕๓ จำนวน ๑๙๐,๐๐๐ บาทหลังจากหักค่าใช้จ่ายอื่นๆแล้ว ซึ่งต้องยื่นแบบภายวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ นี้ จนท.สรรพากรประสานมาว่าอาจออกกฎกระทรวงไม่ทันประกาศในราชกิจจาภายในวันที่ ๓๑ นี้ ขอให้ไปยื่นแบบเสียภาษีด้วยตนเองไว้ก่อนที่สรรพากรเขตพื้นที่และนำสำเนาบัตรประจำตัวคนพิการไปด้วย โดยให้ใส่ในรายการลดหย่อนอื่นๆ แล้ว ให้ใส่เพิ่มรายการนี้ด้วย หากเจ้าหน้าที่บอกว่ายังไม่มีรายการนี้(จนท.บางคนอาจไม่ทราบเพราะกฎกระทรวงยังไม่เสร็จต้องเห็นใจเขาอย่าต่อว่า) เราต้องยืนยันว่าให้ใส่ลงไปก่อน ตัวอย่างเมื่อวานนี้ จนท.พก. ๑ คน มีเงินเดือน ๓๙,๐๐๐ บาท ทางราชการหักไว้ ๒๔,๐๐๐ บาท ครั้งแรกไปยื่นเอง จนท.คนที่รับเรื่องไม่ทราบจึงไม่สามารถใช้สิทธิได้ ต่อมาเราทราบเรื่องได้พากลับไปยื่นใหม่และชี้แจงว่ากำลังจะมีสิทธินี้ในรายการแบบมีแล้ว จนท.จึงคำนวณให้ใหม่ คาดว่าจะได้คืน ๑๙,๐๐๐ บาท (จะตามผลต่อไป) ดังนั้น หากท่านเป็นผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการหรือรู้จักกับคนพิการที่มีเงินได้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขอให้แนะนำไปยื่นแบบดังกล่าวภายใน ๓๑ นี้ หากคนที่ยื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้สิทธินี้ให้ไปยื่นใหม่อีกครั้ง (ตามตัวอย่างที่กลุ่มกฎหมายพาดำเนินการ) บอกต่อๆๆๆ กันไปด้วยนะครับ ออกหนังสือเวียนไม่ทัน

อนึ่ง ช่วยอธิบายด้วยว่า สิทธินี้เกิดขึ้นตามกฎหมายเพราะเห็นว่าคนพิการมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมมากกว่าคนทั่วไป จึงเป็นหน้าที่ของรัฐต้องเพิ่มรายได้แก่คนพิการโดยใช้มาตรการบรรเทาภาษีดังกล่าว
ขอบคุณล่วงหน้า
สุพล กลุ่มกฎหมาย พก

...................................................................

94 : บทความชุด “ผมกำลังจะกลายเป็นผู้ประสบภัย” ตอนที่ 43 @ 4 พฤศจิกายน 2554 ชื่อตอน "สายสวนตันขณะเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2554"

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความนี้ผมก็กำลังอยู่ในช่วงภาวะภัยพิบัติน้ำท่วม 2554 อยู่นะครับ ซึ่งบทความนี้จะพิเศษตรงที่จะวางอยู่ในบล็อก Preeda Station ต่างจากบทความทั้งหมดที่ถกวางใน Preea no iken dezu. ครับ เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยจากความพิการ เรื่องมีอย่ว่า (ขอท้าวความสักนิดนะครับ) ผมเป็นคนพิการทุพพลภาพระดับรุนแรง ค่อนตัว ไม่สามารถใช้มือเท้าทั้ง 4 ได้ จนถึงระดับนิ้วมือ สาเหตุจากคอหัก แน่นอนทำให้ต้องใส่สายสวน 24 ชั่วโมง เพราะขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้

โดยผมจะมีการเปลี่ยนสายสวนทุก 15 วัน แต่ผลจากการที่ผมอยู่ในบ้าน อีก 2 วันจะครบ 1 เดือนที่ผมยังไม่ได้เปลี่ยนสายสวน จึงมีความเสี่ยงที่สายสวนจะตันได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมคงต้องแย่แน่ๆ ในที่สุดเมื่อคืน (4 พฤศจิกายน 2554) ผมก็เริ่มมีอาการสายสวนตัน จึงต้องรีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกครั้งในชีวิตความพิการ 10 ปี ท่ามกลางน้ำท่วม และเพื่อให้สะดวกเป็นกรณีศึกษากับคนพิการทุพพลภาพลักษณะเดียวกับผม จึงขอแนะนำเป็นขั้นตอนพร้อมคำอธิบาย เท่าที่ผมจินตนาการ+ความรู้ที่คิดเอง ควบคู่ไปด้วยนะครับ

1. รีบหมุนเตียงให้ขึ้นสูงที่สุด เพื่อเพิ่มความสูงให้เกิดแรงดันจากกระเพาะปัสสาวะไปยังถุงเก็บปัสสาวะมากขึ้นกว่าปกติ


2. ปลดถุงเก็บปัสสาวะที่ติดข้างเตียงให้ลงต่ำสุด แต่ห้ามวางถุงบนพื้น เพราะสายอาจพับงอ ทำให้ปัสสาวะตันเหมือนเดิม ที่ปลดลงต่ำเพื่อให้มีความต่างของความสูงเพิ่มขึ้นจากเดิม เหตุผลเดียวกับข้อ 1. ครับ ในระหว่างที่ผมกำลังแก้ปัญหา ก็จะไม่ลืมตรวจเช็คปริมาณปัสสาวะได้ไว้ที่ 500 cc. เพราะว่า ถ้าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ได้ผล ต้องมีปริมาณปัสสาวะเพิมขึ้น


3. รีบนำหมอนหนาๆ มารองบนก้น เพื่อให้แอ่นตัวขึ้น โดยผมจินตนาการว่าที่สายสวนตัน อาจจะมีปัจจัยเรื่องตะกอนในกะเพาะปัสสาวะที่สะสมไว้ในท่าที่ผมนั่งตลอด และปลายสายโฟเล่ อาจจะจุ่มไปที่กองตะกอนได้ การทำท่านี้ที่เอาหมอนรองก้น เปรียบเสมือนการืดตัว ทำให้ตะกอนย้ายที่สะสมไปจุดอื่นของกระเพาะปัสสาวะ และน่าจะทำให้ปลายสายสวนโล่งขึ้น และทำให้ปัสสาวะสะดวกที่จะถูกดันออกมา

หลังจากทำท่านี้อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่าอาการปวดและชา ขนลุก ลดลงจนหาย รวมทั้งปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้นจาก 500 เป็น 800 และ 1,000 cc. ภายในครึ่งชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าข้อสันนิษฐานนั้น พอจะมีมูล หรือมีแนวโน้มที่เป็นอย่างที่คิด

ปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้นถึง 1,000 cc.

4. แต่ถึงอาการจะดีขึ้นแล้ว ผมก็ยังต้องทำให้ครบกระบวนการ คือ เวลาปวดจากสายสวนตันนั้น จะมีอาการกล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งด้วย ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากภายใน บริเวณกระเพาะปัสสาวะ วิธีคือ การดันข้อเท้า ให้ลดอาการเกร็ง ปรกอบกับการเอาหมอนไปรองก้นนั้น ทำให้เกิดการยืดกล้ามเนื้อไปด้วย สังเกตุได้ว่า อาการเกร็งลดลงมาก คล้ายการคว่ำ แล้ววิดพื้น

5. เอาหมอนออก แล้วดันข้อเท้าลดเกร็งอีกสัก 15 นาที เพื่อรอการเขย่าตะกอนในกระเพาะปัสสาวะด้วยการตะแคงไปมา ซึ่งวิธีการนี้ต้องทำมากๆ ในกรณีที่สายสวนยังตันอยู่ ดูจากปริมาณปัสสาวะยังไม่เพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากปัสสาวะของผมเพิ่มขึ้น จึงทำกระบวนการนี้ไม่มาก แต่ต้องทำให้ครบตามที่คิด เพราะไหนๆ ก็เสียเวลาแก้ปัญหามาแล้ว

ท่านอนตอนเอาหมอนรองก้นออก เป็นการนอนหงายรอตะแคง

ตะแคงขวาสัก 5 นาที

นอนหงายอีกครั้ง

ตะแคงซ้าย 5 นาที

จริงๆ แล้วการที่สายสวนตันนั้นไม่ได้เกิดบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่เกิด ผมสังเกตุว่า มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัยต่างๆ ลงตัว เช่น คาสายสวนนานเกินไป หรือ/และมีตะกอนสะสมมากเกินไป หรือ/และคุณภาพของสายสวนไม่ดีพอ หรือ/และมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือ/และในสายสวนมีฟองอากาศมากเกินไป เป็นต้น

หวังว่าเพื่อนๆ คนพิการทุพพลภาพจะได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ผมอาจจะไม่สามารถอธิบายในเชิงการแพทย์ได้ ได้เพียงจินตนาการ และทดลองทำ ลองแก้ปัญหา แทบทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ผลครับ

ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำท่วม ผมก็เพียงอยากสื่อสารว่า ในภาวะใดก็ตามที่ไม่ปกติ เช่น น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี หาวกเราเจอกับปัญหาก็ควรแก้ไข โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทดลองดูก่อน ไม่ได้ผลไม่เป็นไร "เวลาเป็นของเรา เราเป็นเจ้าของเวลา" เราสามารถใช้เวลาเท่าที่เราต้องการ อย่าให้เวลาสูญเสีย ผ่านเลยไป


64 : กายภาพบำบัดในกิจกรรมประจำวัน ตอนที่ 1 กระติกน้ำดื่มสแตนเลส

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ตามอ่านบทความของผม บทความคราวนี้ จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การที่ผมต้องตอบคำถามจากคนรู้จักทั้งเก่า และใหม่ ถึงลักษณะภายนอกที่ได้พบเห็นผม เช่น คุณหมอที่เคยรักษาผมบอกว่า ผมดูดีกว่าที่คิด ถ้าเทียบกับอาการที่เป็น หรือผมเคยถูกคนต่อว่า ว่าทำไมไม่ขยับรถ มันขวางรถคันอื่น ผมจึงต้องบอกว่าพิการ จากนั้นเขาก็ให้ผมปลดเบรคมือ ซึ่งผมทำไม่ได้ ก็โดนว่า แค่นี้ไม่ยอมทำให้ เป็นต้น หรือแม้แต่เพื่อนผู้พิการบางท่าน ที่ดูอาการผมแล้วน่าจะดี ดูแข็งแรง

ผมจึงพยายามหาทางแก้ไข และนำหลักการของการทำกายภาพบำบัดมาสอดแทรกในกิจกรรมประจำวัน ซึ่งง่ายมากๆ นะครับ มันก็คือการพยายามจะใช้ชีวิตในกิจกรรมนั้นๆ ให้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยผมจะยกตัวอย่างเป็นตอนๆ ไปนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าบทความในลักษณะนี้ ผมสามารถพิมพ์ได้สบายๆ เนื่องจากอยู่ตรงหน้าทุกวัน

เริ่มจากเจ้า "กระติกน้ำสแตนเลส" คู่หูผมเลยครับ เจอกันทุกวัน ซี้ปึก ที่สำคัญเป็นกระติกที่แฟนผมซื้อให้ครับ เห็นกระติกก็นึกถึงหน้าแฟนครับ ตัวมันน่าจะหนักเกือบ 1 กิโลกรัม พอเติมน้ำเต็มน่าจะหนักสัก 1.50 กิโลกรัม ผมเรียกมันว่า "ติกคุง" เรียกคนเดียวนะครับ แต่ไม่ได้บอกใคร .....อ่านต่อ



63 : ลายนิ้วมือผมหาย ความเป็นไปที่ผู้ทุพพลภาพต้องเจอครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านบทความที่เกี่ยวกับความพิการ หรือทุพพลภาพของผม ซึ่งตอนนี้ก็เป็นตอนที่ 63 แล้วครับ และผมก็ได้เตรียมบทความเอาไว้ถึงเกือบ 20 ตอน จึงขอเอาบทความที่อ่านแล้วสบายๆ มาให้ได้อ่านกันบ้าง ก็คือ "ลายนิ้วมือผมหาย" ครับ

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมมีความจำเป็นต้องไปทำ PASSPORT ที่สถานกงศุล ถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้บ้านปากเกร็ดของผมเองครับ ทุกขั้นตอนเป็นปกติ กดบัตรคิว รอเรียก เจ้าหน้าที่เรียกเข้าซอง คือทุกอย่างรวดเร็วมากครับ อันนี้ชมเป็นพิเศษนะครับ จนกระทั่งถึงตอนสแกนนิ้วมือ ซึ่งต้องสแกนนิ้วชี้ ปรากฏว่าลายนิ้วมือที่นิ้วชี้ของผมไม่มี ทั้ง 2 นิ้ว .....อ่านต่อ

ข่าวสารประชาสัมพันธ์ครั้งที่ 1 (Newsletter-1) : โครงการ "ไลโซแคร์ แคร์ ยู" รักษาผู้ป่วยแผลกดทับฟรี

สวัสดีครับ เพื่อนผู้พิการ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน

ผมได้รู้จักกับทางผู้จัดการของ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ไภษัชเกื้อกูล ที่มีผู้บริหารคือ คุณสุรภี มนตรีกุลฯ ได้จัดโครงการดีๆ "ไลโซแคร์ แคร์ ยู" ซึ่งเป็นโครงการรักษาฟรีโดยสนับสนุนทั้งผลิตภัณฑ์ ไลโซแคร์ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยแผลเบาหวาน แผลกดทับ แผลติดเชื้อเรื้อรัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระพี่นางฯ โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ .....อ่านต่อ

62 : ตกลงว่าผมมี "สารนิกเกิลตกค้างในร่างกาย" หรือว่า "แพ้ภูมิตัวเองเวลาเซลล์ผิวหนังชั้นนอกผลัดเซลล์" กันแน่ ตอนที่ 4 (ตอนจบ)

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคน ที่ได้ติดตามอ่านบทความซีรี่ส์ 4 ตอน "ตกลงว่าผมมี "สารนิกเกิลตกค้างในร่างกาย" หรือว่า "แพ้ภูมิตัวเองเวลาเซลล์ผิวหนังชั้นนอกผลัดเซลล์" กันแน่ ตอนที่ 3, ตอน 2 และ ตอน 1 นะครับ บทความนี้เป็นตอนจบแล้วนะครับ มาช่วยกันลุ้นว่า ตกลงผมเป็น "โรคเรื้อนแบบไม่ติดต่อ" หรือเปล่านะครับ

บทความนี้ ผมขอเป็นเนื้อหาล้วนๆ เลยนะครับ

ถึงเวลานัดพบคุณหมอ แล้วละครับ เป็นคุณหมอท่านเดิมที่ผมเคยรักษาผมครั้งแรก ผมตั้งใจว่า จะกินยาสเตรียลอยด์จนกว่าอาการจะเริ่มเข้าที่ คือ ผมทราบว่ามันเป็นยาครอบจักรวาล แต่ก็จำยอมต้องกินครับ และก็ตั้งใจว่า จะมาสารภาพความจริงทั้งหมด กับคุณหมอ ทั้งเรื่องการดูอินเตอร์เน็ต ทั้งการตัดสินใจทานยาเอง (แบบว่า สั่งยาเอง) ทั้งการทานอาหารต่างๆ .....อ่านต่อ