ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ 9 : เชิญร่วมประชุมสัมมนา "เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการ เพื่อสังคมไทย"

กำหนดการประชุมสัมมนาการจัดทำเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

ภายใต้โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วย ICT

เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการ เพื่อสังคมไทย

วันอังารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จังหวัดชลบุรี

โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การดำเนินการจัดสัมมนา

หัวข้อการสัมมนา เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการ เพื่อสังคมไทย

กลุ่มเป้าหมาย 1. ภาครัฐและภาคเอกชนที่ดำเนินงานเกี่ยวกับคนพิการ

2. ผู้ประกอบการ

3. กลุ่มแรงงานผู้พิการ

4.ประชาชนผู้สนใจทั่วไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับควารู้ในการจ้างแรงงานคนพิการ

2. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานสำหรับคนพิการ

3. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเข้าใจในความต้องการของทั้งสถานประกอบการ และ ผู้ใช้แรงงาน

ระยะเวลา 09.00-16.00 น. วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รูปแบบ สัมมนา

สถานที่ จังหวัดชลบุรี

จำนวน จำนวนไม่น้อยกว่า 140 คน

เว็บไซด์ http://www.equitable-society.com/

อีเมล์ ict@9expert.co.th

ติดต่อเข้ารับฟัง

การสัมมนา 02 9440 009 ต่อ 102 (วันธรรมดา)

081 821 8971 (เสาร์- อาทิตย์)


กำหนดการประชุมสัมมนากิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการ เพื่อสังคมไทย

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ณ. ห้องณุสา 1 โรงแรมฟูราม่า จอมเทียน บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี

โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

08.15 – 09.00 น. ลงทะเบียน

09.15 – 09.30 น. กล่าวรายงาน

โดย นางทรงพร โกมลสุรเดช

ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

09.30 – 9.45 น. กล่าวเปิดงาน

โดย นายสือ ล้ออุทัย

ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

09.45 – 10.15 น. เรื่อง บทบาทของ ICT ต่อการพัฒนาคนพิการ

โดย นางทรงพร โกมลสุรเดช

ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

10.15 – 10.30 น. รับประทานอาหารว่าง

10.30 – 12.00 น. บรรยาย เรื่อง กฎหมายด้านการทำงานของคนพิการ และการรับผิดชอบต่อสังคม

วิทยากร: คุณสมชาย ศิโรรัตน์

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดชลบุรี

12.00 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 – 14.15 น. บรรยาย เรื่องนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับคนพิการ

วิทยากร : คุณชูเกียรติ สิงสูง

หน่วยงาน ประธานฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย

14.15 –14.30 น. รับประทานอาหารว่าง

14.30 – 16.00 น. เสวนา เรื่อง “งานสำหรับผู้พิการ และการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ”

ผู้ร่วมเสวนา ตัวแทนผู้ประกอบการ และ ตัวแทนกลุ่มลูกจ้างผู้พิการ
บริษัท แอดแวนซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

ดำเนินรายการโดย : คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล

กรรมการผู้จัดการบริษัท พีดับบลิวดี เอาท์ซอส เมเนจเมนท์ จำกัด

81 : ไม่ได้กินโยเกิร์ตมานาน เลยนำมาเป็นออเดอร์ส่วนตัวสัปดาห์ละครั้งครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ผมได้มีโอกาสพูดคุย และทราบปัญหาด้านสุขภาพ ของพี่ๆ น้องๆ คนพิการหลายๆ ท่านแล้ว หลายท่านมีการดูแลสุขภาพด้วยการทานยา บางท่านทานยาค่อนข้างมาก จึงเกิดอาการดื้อยา ไม่ว่าจะเป็นยาที่แก้การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ หรือทานยาสำหรับช่วยขับถ่าย หรือรคต่อเนื่องอื่นๆ เวลาที่ผมได้ยินเรื่องเหล่านี้แล้ว ก็รู้สึกเป็นห่วงทุกคน จึงอยากเขียนบทความนี้ขึ้นมา

ให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ เบื้องต้นผมอยากให้ทุกท่านทราบว่า ยาที่เราทานนั้นถือเป็น Anti-Biotic ซึ่งเป็นเคมีบำบัด ที่เข้าไปในร่างกายของเราเพื่อช่วยยับยั้งหรือ ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะมีการทำร้ายเซลล์บางตัวในร่างกายของเราบ้าง ที่สำคัญจะมีการสะสมในร่างกายของเรา และถ้ามันต้องไปฆ่าเชื้อโรคตัวใดก็ตาม ตามธรรมชาติแล้ว มฝันก็จะพยายามมีชีวิตรอดด้วยการพัฒนาตัวมันเอง ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ อาการดิ้อยา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ ลองนึกภาพดูว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เชื้อโรคดื้อยาหมดแล้ว เราจะเอายาตัวไหนไปยับยั้ง หรือฆ่ามัน ในช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องรักษาชีวิตของเราไว้

ผมอยากให้ทุกคน ไม่ใช่แค่คนพิการนะครับ คนไม่พิการก็ด้วย ให้หันมาสนใจเรื่องของ จุลินทรีย์บำบัด หรือเรียกว่า Pro-Biotic ยกตัวอย่างเช่น การทานยาคูลย์ ที่ช่วยในการขับถ่ายแทนที่จะใช้ยาตระกูล MOM (Milk of Magnesium) สามารถอ่านความรู้เกี่ยวกับ Pro-Biotic ได้ที่ลิงก์นี้ครับ


ส่วนตัวตามภาพข้างบน ผมเพิ่มเมนูให้กับตัวเอง คือ ทานโยเกิร์ต สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 2 ถ้วยเสริมจากการทานยาคูลย์ทุกวัน วันละ 4 ขวด ซึ่งผมก็ถือว่า ทั้งยาคูลย์ และโยเกิร์ต เป็น Pro-Biotic เช่นกันนะครับ และท่ผมมาทานโยเกิร์ตเสริมก็เพราะว่า เดิมผมจะทานนมสดเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะระบายท้อง ให้อุจจาระที่ค้างนั้น ออกมาในปริมาณมาก แต่ผมว่า เมื่อดื่มนมแล้ว เวลาถ่าย อุจจาระผมจะเหลว ทำให้ไม่มั่นใจถ้าต้องออกนอกบ้าน ที่สำคัญคือ คนดูแล จะลำบากในการทำความสะอาด ผมจึงทดลองทานโยเกริต์ ซึ่งใช้ได้ดี อุจจาระถ่ายได้ดีในปริมาณมาก และไม่เหลวมากเกินไป

ผมหวังว่าบทความนี้ คงจะพอเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ก่อนจบอยากบอกว่า ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการขับถ่ายมากนะครับ ผมถ่ายทุกวัน และมั่นใจว่า การที่ถ่ายทุกๆ วัน นั้น จะทำให้สุขภาพโดยรวมดี แข็งแรง ผิวพรรณดี ลดการมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ต่อเนื่องครับ

สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาวพได้ตามลิงก์นี้ครับ

82 : ตัวอย่างอาหารมื้อที่ 2 ที่เบาๆ และจะแสดงให้ทราบว่าได้ขับถ่ายออกไปแล้วหรือยัง

สวัสดีครับ เพื่อนๆ วันนี้ผมมีไอเดียว่า จะเริ่มแนะนำอาหารเมนูต่างๆ ที่ผมทาน พร้อมกับเหตุผลว่าทำไมถึงทานอาหารเหล่านี้ ซึ่งอาหารไหนดี ไม่ดีอย่างไร ในความคิดของผม ก็จะบรรยายสรรพคุณให้ได้อ่านกันเท่าที่ทราบนะครับ ถ้าเคยอ่านบทความเก่าๆ ของผมจะทราบดีว่า ผมจะให้ความสำคัญกัการขับถ่ายมากๆ ดังนั้น ผมจึงต้องให้ความสำคัญกับการทาน ด้วยเช่นกันครับ งั้นผมจะยกตัวอย่างเมนูแนะนำแรกเลยละกันนะครับ


จากภาพข้างบน ผมทานเป็นอาหารมื้อที่ 2 ของวัน ช่วงเวลา 17.30-18.00 น. วันนี้มี หมูปิ้ง ไม่มีมันนะครับ เพราะว่าผมไม่ชอบทานมันของเนื้อสัตว์ต่างๆ มานานมากแล้ว ผมทานพร้อม "ยำผลไม้" คล้ายส้มตำ รสชาติใกล้เคียงกัน แต่ขอบอกว่า อร่อยกว่าเยอะครับ (ในความคิดของผมนะครับ) ที่ผมชอบทานเมนูนี้เพราะว่า คนที่ผมแอบรักนั้นชอบทานนะครับ 55555 เมื่อทานเสร็จ จะตามด้วย "เฉาก๊ว" ซึ่งผมจะทานโดยเฉลี่ย 2-3 วัน หรือครั้ง ต่อสัปดาห์

เพราะว่าเวลาทานเฉาก๊วยแล้ว ตอนที่ถ่ายจะทำให้คนดูแลที่สวนขับถ่ายให้ผมนั้น สังเกตุเห็นว่าขับถ่ายออกมาแล้ว เพื่อเป็นการยืนยันว่า อาหารที่ทานไปแต่ละวันนั้นไม่ตกค้างในลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญผมจะขับถ่ายเวลา 6.00-7.00 น. ตามตารางชีวิตธรรมชาติของร่างกายมนุษย์

ก่อนหน้านี้ผมขับถ่ายช่วง 21.00-22.00 น. แต่พอได้คนดูแลใหม่มานั้น อีก 1 เดือนต่อมา ผมก็เริ่มขับถ่ายตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่่ดีที่สุดในการขับถ่าย ส่วนการทานยำผลไม้นั้น ก็มีแต่ผลไม้ แครอท ซึ่งช่วยในการขับถ่ายอีกเช่นกัน สำหรับหมูปิ้งนั้น ก็อยากทานเฉยๆ ครับ ตบท้ายด้วยน้ำเปล่า ซึ่งผมจะดื่มน้ำหลังสุด เพราะว่าคุณยายผมเคยสอนเอาไว้ครับ ซึ่งตามหลักการแล้วก็ดีกว่า การ "กินข้าวคำ น้ำคำ" ครับ แต่ว่าดีที่สุดต้องควรดื่มน้ำหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง แต่คงจะปฏิบัติกันยาก ผมก็ทำไม่ได้ครับ

ผมหวังว่าเมนู มื้อนี้คงจะถูกใจเพื่อนๆ หลายคนนะครับ

ประชาสัมพันธ์ 13 : เชิญชวนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่เว็บท่าสำหรับคนพิการ ภายใต้โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วย ICT ในวันที่ 6 ตุลาคม 2554


เรื่อง เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรมการพัฒนาเว็บท่าสำหรับคนพิการ

ด้วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้กำหนดให้การจัดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่เว็บท่าสำหรับคนพิการ ภายใต้โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วย ICT วันพฤหัสบดีที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องเมจิก ๒ ชั้น ๒ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้คนพิการ สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบถึงประโยชน์และการใช้งานเว็บท่าสำหรับคนพิการ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ ให้คนพิการ ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพต่อไป

ในการนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนให้เกียรติเข้าร่วมงานสัมมนาฯ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย โดยกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้นางสาวไฉน ผึ่งผาย และนางสาวชิดพันธุ์ อนันต์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๗๐๓๘ และ ๐ ๒๑๔๑ ๗๐๔๐ เป็นผู้ประสานงานในกิจกรรมดังกล่าว และโปรดส่งแบบตอบรับการเข้าร่วม ไปยังโทรสารหมายเลข ๐ ๒๑๔๓ ๘๐๔๓ ภายในวันที่ 4 ตุลาคม ๒๕๕๔

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาเข้าร่วมงานแถลงข่าวฯ ตามรายละเอียดข้างต้นดังกล่าว และขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือที่ดียิ่ง มา ณ โอกาสนี้

สำนักงานปลัดกระทรวง
สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๗๐๓๘
โทรสาร ๐ ๒๑๔๓ ๘๐๔๓

สามารถอ่านหมายกำหนดการได้ที่ลิงก์นี้ครับ

93 : ตัวอย่างอาหารมื้อ 2 ที่ยังไงก็ต้องมีผลไม้ ควบคู่ด้วยครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ วันนี้ผมได้ไปเป็นวิทยากร สอนการวาดภาพด้วยกาแฟ ให้กับนักเรียนในเรือนจำ ธัญญบุรี (สามารถแอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงก์นี้ครับ) ผมสอนเสร็จ ขึ้นรถพร้อมเดินทางกลับ 15.00 น. ก่อนรถไม่ถึง 30 วินาที ฝนตกหนักมากทำให้ตัวเปียกพอประมาณ แต่กลับรู้สึกเฉยๆ เพราะว่า "ร้อนมาก" ครับ มิน่าถึงได้ร้อนจนทนไม่ได้ เพราะว่าผมเหงื่อไม่ออก สาเหตุจากความพิการที่เป็น จึงให้คนขับรถเปิดแอร์แบบแรงสุด และเนื่องจากเหนื่อยมาก จึงพลอยหลับไป ระหว่างทางฝนตกหนักมากๆ ครับ จนถึงบ้านยังหนักอยู่ จึงเข้าห้องนอนได้อย่างทุลักทุเล ครับ แต่ที่สำคัญ "หิวมากๆ" ครับ ผมถึงบ้านเกือบ 17.00 น.

สภาพถึงบ้าน โทรมครับ หน้าเหนื่อย


รอไม่นานคุณแม่ก็เอาอาหารมาให้ เท่ากับเป็นมือที่ 2 ของวัน จึงอยากนำเมนูอาหารมาฝาก เร็วที่สุด ที่จะทันกับความหิวของผม คือ อาหารด่วน "บะหมี่เกี๊ยวของซีพี" รสจัดจ้าน (คุณแม่ปรุงให้ตามออเดอร์) และผลไม้ประจำมื้อ 2 ที่จะขาดไม่ได้ในแต่ละวีน เพื่อช่วยในการขับถ่าย เนื่องจากผมขับถ่ายทุกวันนะครับ ตอนช่วงระหว่าง 05.00-07.00 น. และที่ผมตั้งใจเอาผลไม้มาฝากเพื่อนๆ เพราะว่า ผมเห็นมีระกำอยู่ด้วยครับ นอกเหนือจากฝรั่ง และมะม่วง รวมเป็น 3 ชนิด พร้อมน้ำจิ้มอร่อยๆ อยากแนะนำว่า ลิ้นจี่ ผมถือว่าเป็นผลไม้ที่เป็น "Indicator" ัวหนึ่ง คือทำให้เราทราบว่า ขับถ่ายออกมาแล้วหรือยัง โดยสังเกตุจากกลิ่นในเวลาขับถ่ายครับ


อันที่จริงแล้ว อยากจะโชว์พุงด้วยนะครับ คือไม่ใช่ว่าจะไม่มีพุงนะครับ เป็นคนพิการรุนแรง 100 ทั้งร้อยมีพุงทุกคนครับ มากน้อย หรือ พุงปลิ้นจะแตก ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่า หลังกินเสร็จ นอนตื่นมาขับถ่ายตอนเช้า พุงผมจะยุบ แบบแตกต่างชัดเจน จึงอยากแนะนำเพื่อนที่เป็นคนทุพพลภาพ ว่าอย่าทานข้าวมาก แต่ทานผัก ผลไม้มากๆ เท่านั้นเองครับ ช่วยได้มากครับ ถ้าคนเรากินให้ดี ขับถ่ายคล่องแล้ว ร่างกายจะดี พอร่างกายแข็งแรง เวลาดำเนินชีวิคตเราจะห่างหมอ ห่างโรงพยาบาล และจำทำให้เรามีเวลาไปทำเรื่องอื่นๆ ได้มาก ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นคำตอบที่มักมีคนถามผมบ่อยๆ ว่า เอาเวลาที่ไหนไปทำงานต่างๆ ได้มากมาย

ฝากเพื่อนๆ เรื่องการทานด้วยนะครับ แข็งแรงๆ ทุกท่าน คุมน้ำหนักที่เหมาะสม จะได้ไม่เป็นแผลกดทับ ด้วยนะครับ อย่าลืมนะครับ ถ้าอ้วนไป "เนื้อจะทับเนื้อ" ถ้าผมไป "ปุ่มกระดูกจะกดเนื้อ" และจะทำให้เป็นแผลกดทับง่าย จงหาน้ำหนักที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละคนเอง แล้วจะพบว่า คนทุพพลภาพที่ไม่เป็นแผลกดทับ นั้นมีความสุขมากเพียงไหนครับ

พิมพ์เมื่อ 22 กันยายน 2554

92 : รถเข็นไฟฟ้าที่ได้เบิกจ่ายจากประกันสังคม

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ผมลืมนำบทความที่เกี่ยวกับการได้รถเข็นไฟฟ้า มาให้เพื่อนๆ อ่านนะครับ สืบเนื่องจากที่ผมพยายามติดต่อขอใช้สิทธิ์ประกันสังคม ในการเบิกจ่าย "รถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วยทุพพลภาพ" ซึ่งใช้เวลาถึง 2 ปีครึ่ง ข้อมูลเท่าที่ผมทราบ เท็จจริงผมยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะก็เคยส่งเรื่องไปยัง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) ในการขอจัดประชุมเพื่อกำหนดแนวทางเรื่องการเบิกจ่ายรถเข็นไฟฟ้านี้ ว่ามีคนทุพพลภาพ ที่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ถึง 4 หมื่นคน และผมเป็นคนส่วนน้อยมากที่สามารถเบิกจ่ายได้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมก็พยายามอยู่นะครับ พยายามนำเสนอเรื่องผ่านหน่วยงานไป

ดังนั้นแล้ว เรื่องนี้คงอีกยาว กว่าผมะติดตามเรื่องให้สะดวกกับทุกคนที่มีสิทธิ์ สามารถเบิกจ่ายได้ง่ายๆ ผมจึงนำภาพการทดลองนั่ง และใช้งาน มาให้เพื่อนๆ ดูไปก่อนนะครับ และเนื่องจากว่า เวลาผมอยู่บ้าน ผมจะไม่โกนหนวด จึงดูหน้ารกๆ ไปสักนิดครับ หลังทดลองนั่งก็ไม่ยากครับ ใช้งานง่าย ซึ่งก็อีกนะครับ อดบ่นไม่ได้ที่ช่วงสุดท้ายก่อนได้รถ ทางประกันสังคมเกรงว่ ผมจะไม่สามารถใช้งานได้ จึงยังไมรอนุมัติ และให้ผมไปทดลองนั่งแล้วอัดเป็นวีดีโอ ส่งไปให้ทางประกันสังคมดูครับ จึงยอมเชื่อว่า ถ้าผมได้มาแล้ว จะสามารถใช้งานได้ ก็คิดเาียว่า ทางประกันสังคมเป็นห่วงแทนละกันนะครับ











ทดลองปรับนอนดูครับ ก็สบายดี
เวลาออกข้างนอกคงดี ทำให้ช่วงเท้าไม่บวมครับ

คืบหน้าอย่างไร เกี่ยวกับการผลักดันเรื่องการเบิกจ่าย กับประกันสังคม ผมจะนำมาพิมพ์เป็นบทความให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันนะครับ

พิมพ์เมื่อ 1 กันยายน 2554

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ 12 : เชิญชวนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรมการพัฒนาเว็บท่าสำหรับคนพิการ


เรื่อง เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรมการพัฒนาเว็บท่าสำหรับคนพิการ

ด้วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้กำหนดให้การจัดงานแถลงข่าวกิจกรรมการพัฒนาเว็บท่าสำหรับคนพิการ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องวีนัส ๓ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับคนพิการ สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบถึงการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการของเว็บไซต์สำหรับคนพิการ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวม ข้อมูล องค์ความรู้ เพื่อเป็นศูนย์กลางให้คนพิการ ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพต่อไป

ในการนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนให้เกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าวฯ ดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องวีนัส ๓ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย โดยกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้นางสาวไฉน ผึ่งผาย นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๗๐๓๘ มือถือ ๐๘๕- ๘๗๓๔๘๙๙ เป็นผู้ประสานงานในกิจกรรมดังกล่าว และโปรดส่งแบบตอบรับการเข้าร่วม ไปยังโทรสารหมายเลข ๐ ๒๑๔๓ ๘๐๔๓ ภายในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

หรือสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานแบบออนไลน์ ได้ที่ลิงก์นี้
http://preedastation.blogspot.com/2010/11/3.html

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาเข้าร่วมงานแถลงข่าวฯ ตามรายละเอียดข้างต้นดังกล่าว และขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือที่ดียิ่ง มา ณ โอกาสนี้

สำนักงานปลัดกระทรวง
สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๗๐๓๘
โทรสาร ๐ ๒๑๔๓ ๘๐๔๓

90 : เมื่อคนทุพพลภาพต้องกินน้ำซุปให้ง่าย ทำอย่างไร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2554 ผมได้มีโอกาสไปเป็นครู (วิทยากร) ในการสอนเด็กๆ พิการ และไม่พิการ ในลักษณะ "ครูอาสา" ให้กับมูลนิธิ Art for All ในงานค่ายอาสา Art for All ซึ่งเป็นงานระดับอาเซี่ยน เพราะมีคณะตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซี่ยนเข้าร่วมด้วย และมีการทำพิธีเปิดที่อาคารสหประชาชาติ UN โดย ESCAP สนับสนุน และในฐานะครูอาสา เวลาตอนทานมื้อเที่ยง ก็จะนั่งทานกันเป็นโต๊ะวงกลมเหมือนโต๊ะจีน ตรงกลางมีแผ่นกระจกหมุนได้ เพื่อหมุนกับข้าว

ซึ่งก็ทำให้เป็นการทานข้าวที่ดูแบบเป็นทางการนะครับ จะมูมมามก็คงไม่ดีแน่ ประเภทว่า เอาช้อนตีถ้วย ชาม ช้งเช้งๆ แบบอยู่ที่บ้านก็คงไม่ควร ที่สำคัญคนทุพพลภาพอย่างผมใช้ได้นิ้วโป้งซ้ายนิ้วเดียว ไม่รู้จะทานน้ำแกง ต้มยำน่องไก่ ยังไงดีให้หมด เพราะว่าอร่อยมากเลยนะครับ (สงสัยจะหิว)

เวลาผมไปข้างนอกถ้าต้องเจอสถานการณ์กินน้ำซุป ก็มี 2 วิธีง่ายๆ ครับ 1. คือมีคนป้อน 2. คือผมจะเอาอะไรก็ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกระดาษทิชชู่ ยัดไว้ใต้ถ้วยน้ำแกงด้านหนึ่ง จะทำให้ถ้วยเอียง แล้วเอาช้อนตักน้ำซุป สะดวกขึ้นครับ

ภาพตัวอย่างกระดาษทิชชู่ใส่ใต้ถ้วยครับ

ภาพนี้ตอนทานข้าวเที่ยง รบกวนน้องเก๋ ที่นั่งอยู่ข้างๆ ช่วยถ่ายภาพด้วยมือถือเก็บไว้ให้ เพื่อผมจะได้นำมาเขียนเป็นบทความ มาแบ่งปันเพื่อนๆ คนพิการรุนแรง ด้วยกันครับ

85 : เทคนิคการดูน้ำจากแก้วพลาสติก สำหรับคนพิิการรุนแรง ทุพพลภาพครับ

สวัสดีครบเพื่อนๆ วันนี้มีเทคนิคการดูดน้ำ สำหรับคนพิการรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ เรื่องการสำลัก เรื่องการคายเสมหะ คือ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้พลังจากปอดในการดำเนินชีวิตนั่นละครับ ดังนั้น ผมเองก็เจอปัญหาเวลาดูดน้ำจากแก้วเหมือนกัน เนื่องจากหลอดเล็กมาก ต้องเสียพลังงานจากการดูดน้ำผ่านหลอดเล็กๆ ทำให้รู้สึกอึดอัด เหนื่อยนิดๆ ผมจึงเอา 2 หลอดจิ้มเลยครับ ทีนี้ดูดคล่องเลยครับ รู้สึกได้ถึงน้ำที่เข้าไปในปากแบบเต็มๆ คำ กลืนเป็นอึกๆ ได้คล่องคอดีครับ

ก็ไม่มีอะไรมากนะครับ บทความนี้ เป็นประสบการณ์ตรงของผมเอง ที่ทดลองใช้ ในวันที่ไปอบรคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้กับคนพิการ และผู้สูงอายุ ที่ TK Park ชั้น 8 Central World ตอนทานอาหารกลางวันครับ

จิ้มแก้วด้วย 2 หลอดครับ


ที่นี้ดื่มสบายๆ ครับ

จบบทความง่ายๆ สไตล์คนทุพพลภาพมืออาชีพครับ

135

135

134

134

133

133

132

132

132

132

131

131

130

130

129

129

128

128

127

127

126

126

125

125

124

124

123

123

122

122

121

121

120

120

119

119

118

118

117

117

116

116

115

115

114

114

113

113

102 : ไม่เคยนำเอาวิธีถ่ายปัสสาวะเมื่อออกนอกบ้านมาให้เพื่อนๆ ดูเลย ตอนที่ 102 นี่ละครับลงตัว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ผมไปข้างนอกบ้านบ่อยมาก จะเรียกว่าช่วงหลายปีนี้ก็ได้นะครับ ซึ่งโดยปกติแล้วผมก็จะไม่พยายามทานน้ำเกิน 1.5 ลิตรนะครับ เพราะว่าไม่อยากให้ต้องมีเหตุการณ์ที่มาถ่ายเทปัสสาวะนอกบ้าน ผมรู้สึกว่าไม่อยากรบกวนคนใกล้ตัว แต่ในบางสถานการณ์ก็เลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น การออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านที่ชัยนาท ในวันที่อากาศร้อนแบบสุดๆ ครับ ผมมีความจำเป็นต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ

ตามภาพข้างล่างนั้น พี่หนุ่มช่วยถ่ายปัสสาวะให้ผมได้ถึง 3 ขวดน้ำดื่มเล็ก คือ ตอนถุงปัสสาวะมันเต่ง ผมขนลุกซู่ๆ เลยครับ และวิธีเทก็ง่ายมาก ถ่ายใส่ขวดน้ำดื่มที่เราดื่มนั่นละครับ เก็บไว้ทั้งหมด เพราะว่าขวดน้ำจะสะอาดอยู่แล้ว ทำให้ผมไม่ติดเชื้อ อย่าเอาปลายถุงปัสสาวะไปเทใส่ในโถปัสสาวะในห้องน้ำ หรือหย่อนใกล้ๆ พื้น ทำง่ายๆ แบบนี้ดีกว่าครับ แล้วก็ทิ้งทั้งขวด ส่วนตัวผมก็จะช่วยรั้งถุงเอาไว้ ให้การถ่ายปัสสาวะทำได้สะดวกขึ้นครับ อย่าลืมให้ผู้ช่วยที่มาถ่ายให้เอากระดาษทิชชู่คลุ่มปิดปากขวด เพื่อไม่ให้มีกลิ่นขึ้นมาตีจมูก และใช้กระดาษทิชชู่ซับทุกครั้งที่หยุดถ่าย หรือถ่ายเสร็จเรียบร้อย จะได้ไม่มีน้ำปัสสาวะค้างที่ปลายท่อเดรน ที่ถ่ายปัสสาวะ ครับ







จากภาพที่เห็นผมก็จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับถุงเก็บปัสสาวะมากนะครับ เพราะว่าผมจะไม่ให้ใครเห็นถุงเลย จะเอาใส่เป้ไว้ตลอด ทั้งป้องกันตัวถุงไม่ให้มีอะไรมาโดนแล้วฉีกขาด หรือรั่วได้ รวมทั้งยังเป็นการรักษาความสะอาดที่ตัวถุงด้วยครับ 

ก็หวังว่าบทความ และภาพทั้งหมด จะพอเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ ไม่มากก็น้อยครับ หากมีเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย ตรงส่วนไหนก็จะนำมาแบ่งปันกันเรื่อยๆ นะครับ

111

111

110

110

109

109

108

108

107

107

106

106

104

104

103

103

102

102

101

101

100

100

99

99

98

98

97

97

96

96

95

95

94

94

93

93

92

92

91

91

90

90

89

89

88

88

87

87

86

86

85

85

84

84

83

83

82

82

81

81

80

80

79

79

79

79

78

78

77

77

76

76

75

75

74

74

73

73

72

72

71

71

70

70

69

69

68

68

67

67

66

66

64

64

63

63

62

62

61

61

60

60

59

59

58

58

57

57

บทความ-ข่าวสาร เกี่ยวกับคนพิการ

ข่าวสารประชาสัมพันธ์ครั้งที่ 8 : กรมการขนส่งทางบก เตรียมนำเงินรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวย ช่วยผู้พิการเป็นปีที่ 2 อีกกว่า 37 ล้านบาท

กรมการขนส่งทางบก เตรียมนำเงินรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวย Super Number จัดซื้ออุปกรณ์ที่ จำเป็นในการยังชีพมอบแก่ผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ ถนนเป็นปีที่ 2 อีกกว่า 37 ล้านบาท

เปิดรับคำขอตั้งแต่บัดนี้ ถึง
17 พฤษภาคม 2553 คนพิการที่สนใจจะขอรับการจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ ในการดำรงชีพ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สำนักงานกองทุนพื่อ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก โทร
. 02-271-8704-7 และสำนักงานขนส่งจงั หวัดทุกจังหวัด หรือสอบถาม 1584

(ข้อมูลเพิ่มเติ
มตามเอกสารตาม ไฟล์แนบ) ขอบคุณที่มาของข่าว
http://www.dlt.go.th/th/index.php?option=com_content&view=category&id=48&Itemid=29

โรคจากการเป็นผู้ทุพพลภาพ

76 : เอกสารเพิ่มเติม "ใบสั่งยาคนไข้นอก" เพื่อยืนยันว่าต้องสั่งซื้อโดยแพทย์ (การพิทักษ์สิทธิ์ตอนที่ 6)

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคน จากตอนที่ 75 จะพบว่าผมก็ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรถเข็นไฟฟ้าเสียที เพราะว่าไปๆ มาๆ ด้วยความหวังดีจากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม จังหวัดนนทบุรี เกรงว่า ถ้ายื่นเรื่องแบบไม่เตรียมการให้ดี อาจล่าช้า เพราะว่าเอกสารอาจสูญหายได้ จึงอยากให้มี "ใบสั่งซื้อ" รถเข็นไฟฟ้า และเบาะรองนั่ง จากทางโรงพยาบาล เพิ่มเติมจากใบเสนอราคา และข้อกำหนดของอุปกรณ์ (รถเข็นไฟฟ้า และเบาะรองนั่ง) ตามภาพเอกสารข้างล่างครับ


การเตรียมเอกสาร "ใบสั่งยาคนไข้นอก" หรือ "ใบสั่งซื้อ" จากทางโรงพยาบาลนั้น มีข้อควรระวัง คือต้องเขียนรายละเอียดให้ตรงกับ ใบรายการตามข้อกำหนดของประกันสังคมตามรายละเอียดใน ตอนที่ 74 ครับ

นอกเหนือจากเอกสารเพิ่มเติมดังกล่าวแล้วปรากฏว่า น้องสาวผมได้ไปยื่นเรื่อง กลับได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมอีก ซึ่งต้องยอมรับเลยครับว่า ตอนแรกผมไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมต้องมีอะไรอีก จะพิสูจน์อะไรมากมาย ในเมื่อตัวผมก็เป็นคนพิการรุนแรง หรือทุพพลภาพ ตามนิยามของประกันสังคม แต่พอได้ฟังคำอธิบาย รวมทั้งทราบว่าเอกสารอะไรที่ เจ้าหน้าที่ประกันสังคมต้องการเพิ่มเติม ก็พอที่จะยอมรับได้ ยอมรับอย่างไร และเป็นเอกสารอะไร เพื่อนๆ ลองติดตามอ่านกันต่อนะครับ

ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
086-314-7866

ข่าวสารประชาสัมพันธ์ครั้งที่ 7 (Newsletter-7) : โครงการ “ต้นกล้าอาชีพ” อบรมหลักสูตรอาชีพทำเว็บบล็อก เว็บไซต์ เพื่อสร้างรายได้บนอินเตอร์เน็ต

โครงการ “ต้นกล้าอาชีพ”
อบรมหลักสูตรอาชีพทำเว็บบล็อก เว็บไซต์ เพื่อสร้างรายได้บนอินเตอร์เน็ต
“WeBlog Camp 2009 1st“


บริษัท พีดับบลิวดี เอาท์ซอส เมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นในการสร้างอาชีพให้กับคนพิการ ควบคู่กับการนำแนวคิดด้านการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพ ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการจัดโครงการอบรม “หลักสูตรอาชีพทำเว็บบล็อก เว็บไซต์ เพื่อสร้างรายได้บนอินเตอร์เน็ต”


เปิดรับสมัครคนพิการ เข้ารับการอบรมจำนวน 25 คน ระยะการฝึกอบรม 22 วัน ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2552 ถึง 21 สิงหาคม พ.ศ.2552 เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30 น. – 16.30 น. ระหว่างการอบรมจะได้รับเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง และโอกาสได้ร่วมงานกับทางบริษัทฯ หรือฝึกงานในบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอินเตอร์เน็ต


วัตถุประสงค์ของการอบรม :ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้การสร้างเว็บบล็อก เว็บไซต์ และทราบถึงแนวโน้มความสำคัญของวงการอินเตอร์เน็ตที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้บนอินเตอร์เน็ต


เนื้อหาหลักสูตร :

  • อบรมพื้นฐานความรู้ ความนิยม แนวโน้มทิศทางของวงการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย และระดับโลก
  • อบรมความรู้เรื่องพื้นฐานการสร้างบล็อก และเขียนบล็อก ของเว็บไซต์ดังๆ ระดับโลก และประเทศไทย
  • อบรมความรู้เรื่องพื้นฐานการสร้างเว็บไซต์ ของเว็บไซต์ดังที่มีการใช้มากที่สุดในประเทศไทย
  • อบรมความรู้ทางด้านเทคนิคที่จะนำมาประยุกต์ใช้ประกอบกับการสร้างเว็บบล็อก
  • อบรมความรู้ และเทคนิคด้านการจัดอันดับในการค้นหาคำสำคัญของเว็บระดับโลก Google
  • อบรมความรู้ด้านการตลาด ด้านการสร้างรายได้บนอินเตอร์เน็ต และการสร้างอาชีพรับจ้างการทำเว็บไซต์, ทำเว็บบล็อก


สิ่งที่จะได้รับระหว่างการอบรม และหลังการฝึกอบรม :

  • ค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 160 บาท (โดยจะได้รับทุกวันหลังฝึกอบรมเสร็จ)
  • ค่าเดินทางวันละ 30 บาท (โดยจะได้รับทุกวันหลังฝึกอบรมเสร็จ)
  • ค่าเดินทางเหมาจ่ายเพิ่มเติม หลังจบโครงการ ท่านละ 1,000 บาท
  • อุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็น ที่ใช้ในการฝึกอบรม
  • เอกสารระหว่างการฝึกอบรม
  • ของขวัญจากผู้สนับสนุน (ถ้ามี)
  • ถ้าผู้เข้ารับการอบรม สามารถผ่านการทดสอบจะได้ใบประกาศ และโอกาสในการได้รับงานจากผู้สนับสนุน ทำที่บ้านผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือการสนับสนุนอื่นๆ ที่เหมาะสม
  • ผู้เข้ารับการอบรม มีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัท พีดับบลิวดีฯ

คุณสมบัติเริ่มต้น :

  • เป็นคนพิการ (จำนวน 20 คน)
  • เป็นคนไม่พิการ (จำนวน 5 คน)
  • ใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานง่ายๆ พอได้
  • ใช้อินเตอร์เน็ตพอได้


คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าฝึกอบรม :

  • ทางบริษัทฯ มีความตั้งใจจริงที่จะมอบความรู้ให้กับผู้เข้าอบรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณต่างๆ ตามที่ได้ชี้แจ้งให้กับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งหลักสูตรดังกล่าว ท่านจะได้เรียนจากวิทยากรดังๆ ระดับประเทศ ที่มีชื่อเสียงในวงการ ถือว่าเป็นหลักสูตรที่เข้มข้น ที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ความรู้อย่างแท้จริง และส่งผลถึงการนำความรู้ดังกล่าว สามารถไปประกอบเป็นอาชีพได้จริง หรือนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างรายได้ จึงอยากให้ผู้สมัครนั้น มีความตั้งใจจริงที่จะเข้าเรียนรู้
  • ผู้เข้ารับการอบรมต้องมีความพยายามที่จะดูแลตนเอง เป็นภาระผู้อื่นให้น้อยที่สุด แต่ทางบริษัทฯ ก็จะรับคนปกติเข้าร่วมอบรมด้วย เพื่อร่วมกันช่วยเหลือผู้เข้าอบรมที่เป็นคนพิการตามสมควร อันจะแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างแท้จริง
  • ทางบริษัทฯ และผู้สนับสนุน มีความตั้งใจ และพยายามในการสร้างโอกาส ด้านการจัดหางานให้ท่าน หรืองานรับจ้าง ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากความตั้งใจ และความสามารถ
  • ผู้เข้ารับการอบรมต้องดูแลเรื่องการรับประทานอาหารกลางวันเอง รวมทั้งการเดินทางไป-กลับ ส่วนผู้ที่มียานพาหนะมาด้วย ให้ปรึกษาและวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้กับคุณปรีดา เพราะที่ Central World นั้นจะคิดค่าจอดรอ หลังชั่วโมงที่ 3 (ซึ่งทางคุณปรีดา มีวิธีการต่างๆ ในการช่วยเหลือด้านนี้)


สามารถส่งใบสมัคร (ตามเอกสารที่ให้ดาวน์โหลด) ประวัติส่วนตัว วุฒิการศึกษา สำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดประจำตัวคนพิการ เป็นต้น ถึง คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล ที่อีเมล์ preeda.limnontakul@gmail.com หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน มาที่ บริษัท พีดับบลิวดี เอาท์ซอส เมเนจเมนท์ จำกัด เลขที่ 133/388 ม.2 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โดยบริษัทจะมีการประกาศรายชื่อผู้เข้าอบรมในวันที่ 9/7/2552


ดาวน์โหลดเอกสารใบสมัคร

.
.

51

51

50

50

49

49

48

48

126: เรื่องเบาๆ สบายๆ เพี้ยนๆ กันได้ หรือจะว่าหาข้อสรุปไม่ได้ก็ได้ว่า "รถเข็นคนพิการมีกี่ประเภท"

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ จั่วหัวแบบเบาๆ เพราะไม่อยากให้ดูเครียดๆ กับเรื่องของคนพิการ อันเนื่องมาจากผมได้มีโอกาสไปที่ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ จ.นนทบุรี โดยนัดหมายกับ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ในการไปดูศูนย์สาธิตเครื่องมือฯ ที่มีอุปกรณ์ช่วยในการดำรงชีพ ทั้งของคนพิการและผู้สูงอายุ งั้นแถมเด็กน้อยไปด้วยครับ ระหว่างรอเวลาประมาณ 40 นาที ก็เห็นโปสเตอร์ (ทำมือ) ประเภทของรถเข็น ที่มีอยู่ 7 ประเภท ดังนี้
  1. รถนั่งเข็นคนพิการแบบปรับยืนได้
  2. รถนั่งเข็นคนพิการแบบปรับนอนทั้งตัว
  3. รถนั่งคนพิการแบบ 3 ล้อ
  4. รถนั่งคนพิการแบบนั่งถ่าย
  5. รถนั่งคนพิการแบบปรับเอนนอน
  6. รถนั่งคนพิการแบบช่วยเหลือตัวเอง
  7. รถนั่งคนพิการแบบมาตรฐาน
อ่านจบปุ๊บ ในหัวก็ฮา เพราะว่ามันมีอีกเยแะมากๆ เลยมีคำถามในสมองอีกประมาณ 4-5 ข้อ เกี่ยวกับทั้งบุคคลและองค์กร กำลังคิดหลายเรื่องทั้งเรื่องงานด้านคนพิการที่กำลังทำอยู่ เรยื่องส่วนตัว เรื่องประเด็นคนพิการ เพื่อนๆ อาจจะงงๆ ว่าทำไมผมคิดนี่ นั่น โน่น เยอะในเพียงเวลาไม่นาน มันเป็นเพราะว่าช่วงนี้มีเรื่องที่ทั้งดีและกลุ้มใจเยอะคละเคล้าอีรุงตุงนัง เต็มไปหมด แต่ที่คิดมากๆ ณ วินาทีนั้นก็เป็นเรื่องของศูนย์สิรินธร นั่นเอง 





แต่ทุกอย่างหยุดหมดครับ อันเนื่องจากมีน้องผู้ชายพิการคนหนึ่ง ค่อยๆ เข็นรถตัวเองมา พร้อมกับดันรถเข็นแปลกๆ มาด้วยอีก 1 คัน (ชะรอยจะนึกย้อนอดีตไปถึงตอนที่ผมเดินตาม และนั่งยองๆ ดูว่า มดมันกำลังทำอะไรอยู่เป็นวันๆ) ผมนั่งดูน้องเขาประกอบล้อ เข้าไปในรถเข็นจนเสร็จ แล้วก็ต้องร้องอ๋อ... เพราะมันคือรถเข็นสำหรับนักกีฬา ที่เราเคยเห็นในทีวี เวลามีแข่งพาราลิมปิคประเภทต่างๆ เช่น บาสเกตบอล เทนนิส แบดมินตั้น พูดคุยกับน้องต่อจนรู้ว่า เป็นนักกีฬาแบดมินตั้น ทำให้นึกถึงตอนยังไม่พิการแล้วไปตีแบดที่คอร์ด


จะบอกเพื่อนๆ ว่า ที่น้องเขานั่งรถเข็นสำหรับเล่นกีฬา ที่มีล้อกางๆ หน่ะ มันก็ไม่อยู่ในแบบที่ติดโปสเตอร์ ทำให้นึกไปถึงเรื่องการแบ่งกลุ่ม แบ่งประเภท แบ่งๆๆๆ อันนี้กำลังนึกไปถึงวิทยานิพนธ์ที่กำลังจะต้องเร่งทำให้เสร็จเพื่อขอสอบด้วย นั่นในสมองเริ่มมั่วๆ อีกแล้ว ว่าแล้วก็ใกล้ได้เวลานัดแล้ว แน่นอนว่ามีรถเข็นแบบต่างๆ อีกมากมายที่ไม่ได้มีในโปสเตอร์ เช่นกัน น่าจะมีใครสักคนทำอะไรๆ กับรถเข็นบ้างนะ ผมหมายถึงการจัดกลุ่ม แบ่งประเภท อะไรทำนองนั้นครับ

89 : คนพิการกับการทำประกันชีวิต ตอนที่ 2 : บัตรเดบิต ที่คุ้มครองคนพิการในวงเงิน 2 แสนบาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ตอนที่ 1 ผมได้แนะนำเพื่อนๆ ให้ทำบัตรเดบิต K-Max ของกสิกรไทย ไปแล้ว ทำให้คนพิการทุพพลภาพอย่างเรานั้น มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น กับค่ารักษาพยาบาล และความคุ้มครอง 100,00-200,000 บาท ซึ่งเป็นประกันอุบัติเหตุ ที่ยังไม่มีบริษัทใดกล้ารับคุ้มครองให้คนพิการ ในราคาเพียง 400 บาทต่อปี ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ครับ ส่วนบัตรเดบิตที่ 2 ที่ผมจะมาแนะนำเพื่อนๆ ในตอนที่ 2 นี้ คือบัตรเดบิตของธนาคารกรุงเทพ ชื่อ บัตร Be1 st (อ่านว่า บัตรบีเฟิรส์วัน) ที่คุ้มครองกรณีเสียชีวิต และทุพพลภาพ จากอุบัติเหตุ ในวงเงิน 200,000 บาท แต่ไม่มีความคุ้มครองในส่วนของรักษาพยาบาล

ซึ่งเป็นนโยบายของบัตรอยู่แล้ว ใช้กับคนปกติด้วยเช่นกัน ที่ผมแนะนำบัตร B1 st นี้ก็เพราะว่า ในายละเอียดของการออกบัตรนั้น ไม่มีข้อจำกัดเรื่องว่า ไม่คุ้มครองคนพิการ ดังนั้นถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนพิการ ควรเปิดบัญชีส่วนตัว อาจจะค้างเงินขั้นต่ำไว้สัก 1 พันบาท เพื่อไม่ให้ถููกปรับค่าธรรมเนียม โดยเสียค่าบัตรรายปีเพียง 250 บาทเท่านั้น ผมจึงอยากให้เพื่อนๆ ลองพิจารณาดูว่า ควรทำหรือไม่ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดกับเรา อย่างน้อยเราก็ยังมีหลักประกันให้กับคนที่เรารัก คนที่อยู่ข้างหลังเรา ให้การตายของเรานั้นยังมีคุณค่า



สำหรับบัตร B1st นี้ก็ทำง่ายมากนะครับ เปิดบัญชี และขอทำบัตรเดบิตนี้เท่านั้นเองครับ สำหรับในครั้งต่อไปนี้ ขอผมดูความคืบหน้าในเรื่อง ความคุ้มครองกรณีเป็นผู้ป่วยในนะครับ ถ้าผมทำได้สุดยอดเลยครับ แล้วผมจะมาเล่าให้ได้อ่านกันว่า จะสัมพันธ์กับบัตรเดบิต B1st อย่างไรด้วยนะครับ แต่รอหน่อยนะครับ เพราะว่ากมธรรม์จะออก คงสักเกือบเดือนครึ่งได้ครับ แล้วความมั่นคงในชีวิตคนพิการจะดีขึ้นจริงๆ ครับ

พิมพ์เมื่อ 16 มิถุนายน 2554

88 : คนพิการกับการทำประกันชีวิต ตอนที่ 1 : บัตรเดบิต K-Max ที่รับทำประกันอุบัติเหตุ ให้กับคนพิการ.บัตรแรกของไทย

สวัสดีครับ เพื่อนๆ คนพิการ ถ้าเพื่อนๆๆ เคยตามอ่านบทความที่ผ่านมาของผม จะทราบดีว่า ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการทำประกันประเภทต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า การทำประกันชีวิต ซึ่งสำคัญมากๆ ผมก็ให้ความสำคัญด้วย จนปัจจุบันนี้ผมก็เป็นตัวแทนประกันชีิตด้วย แต่ผมยังไม่ค่อยจะบอกใครเท่าไหร่ แต่ผมก็เตรียมตัวสำหรับปีหน้าที่จะลุยเรื่องนี้มากขึ้น เพราะการที่ประเทศไทยมีคนทำประกันชีวิตมากๆ นั้น ย่อมทำให้ประเทศชาติมีเงินทุนสำรองมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องดี

และผมอาจจะไม่เคยบอกเพื่อนๆ ว่า ตัวผมเป็น "คณะอนุกรรมการในการนำเสนอแนวทางการทำประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุ ให้กับคนพิการ" ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะใหญ่ มีหน่วยงาน องค์กร หลายฝ่ายในการร่วมพิจารณา และถ้าคนพิการสามารถทำประกันได้ ในราคาที่เทียบเท่ากับคนไม่พิการ จะเป็นเรื่องดีมาก เพราะนับจากเรื่องนี้เป็นจริง คนพิการจะมีความมั่รนคงมากขึ้นในชีวิต ส่วนตัวผมก็ ผลักดัน บอกเล่า บอกกล่าว ร่วมประชุม และเสนอแนะ เรื่องกรรับทำประกันอุบัติเหตุ ให้กับคนพิการอยู่เกือบ 3 ปี แต่ผมจะเน้นในแนวการคุยบนโต๊ะ และแนวประชาสัมพันธ์ นะครับ เพราะก็อยากให้ฝ่ายทางบริษัทประกันนั้น เต็มใจด้วย

ในที่สุดนะครับ ก็มีบริษัทประกันชีวิต ร่วมกับ ธนาคาร รับทำประกันอุบัติเหตุให้กับคนพิการ ถือว่า น่าจะเป็น บัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิต ใบแรกของไทยก็ว่าได้ ที่รับทำประกันอุบัติเหตุให้กับคนพิการ ทุพพลภาพ ซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่าผมอาจจะเป็นคนทุพพลภาพ คนแรกในประเทศไทยที่ทำบัตรนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผมทำมาเกือบ 1 ปีแล้ว เพียงแต่ยังประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ไม่ได้ จนทางสาขามั่นใจมากขึ้น ผมติดต่อกับผู้จัดการสาขาของ "ธนาคารกสิกรไทย" เป็นระยะๆ ถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ โดยความคุ้มครองนั้น ทำผ่าน "บริษัท เมื่องไทยประกันชีวิต" โดยเรียกบัตรนี้ว่า บัตรเดบิต K-Max


จุดสังเกตุที่ทางธนาคารรับทำให้กับผม ซึ่งผมเป็นคนพิการระดับทุพพลภาพ ตรงที่ว่าในกรมธรรม์ไม่ระบุข้อห้ามว่า ห้ามรับคุ้มครองคนพิการ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา เกือบทั้งหมดในรายละเอียดความคุ้มครองที่จะหมายเหตุไว้ว่า ผู้เอาประกันต้องมีร่างกายสมบูรณ์ ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดพิการ ดังนั้น เมื่อไม่มีข้อห้ามระบุ คนพิการจึงทำได้ แต่อาจมีเรื่องดุลพินิจบางประการมาประกอบการพิจารณาการรับคุ้มครองอุบัติเหตุด้วยนะครับ เช่น คนพิการนั้นประกอบอาชีพรึเปล่า คล้ายๆ กับการที่คนใดก็ตามที่จะทำประกันแบบมีความคุ้มครองวงเงินสูงๆ บริษัทประกันก็จะดูฐานรายได้ด้วย ไม่ใช่มีรายได้น้อย แต่จะขอคุ้มครองหลายล้าน เป็นต้น เพราะส่วนตัวผมเชื่อว่า ถ้าอยู่ดีๆ ผู้อนุบาลพาคนพิการที่พิการซ้ำซ้อน คุยไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ประกอบอาชีพ อยู่บ้านเฉยๆ กดเงินเองก็ไม่ได้ คือไม่มีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง อย่างนี้ทางธนาคารก็คงจะปฏิเสธ และที่สำคัญ บริษัทประกันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวคนพิการได้ เพราะอาจจะมีการจงใจฆาตกรรมคนพิการ เพื่อรับผลประโยชน์จากวงเงินคุ้มครองได้ เรียกได้ว่า การรับทำประกันให้กับคนพิการนั้น เรื่องยังอีกยาว ยังอีกไกล ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันมากๆ ครับ

คราวนี้เรามาดูเรื่องความคุ้มครองของบัตร K-Max ด้วยกันครับ
  • บัตรนี้เป็นบัตรที่คุ้มครองเฉพาะกรณ๊ที่เกิดอุบัติเหตุกับผู้ถือบัตร
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้บาดเจ็บ สามารถเบิกจ่ายได้ครั้งละ 5,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้งใน 1 ปี ที่คุ้มครอง
  • เฉพาะกรณีเสียชีวิต และทุพพลภาพ จึงจะได้รับเงินคุ้มครอง
  • วงเงินข้นตต่ำ 100,000 บาท และเพิ่มเติมไม่เกิน 100,000 รวมคุ้มครองวงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท
  • โดยเพิ่มวงเงินจาก 2 ด้าน คือ 1. ได้เพิ่มจากเงินที่ค้างในบัญชี 10 เท่า เช่น มีเงินค้างอยู่ 4,000 บาท ได้เพิ่มอีก 40,000 บาท
  • ด้านที่ 2 คือ เพิ่มอีก 10 เท่าจากวงเงินที่ได้รูดบัตร หรือชำระเงินผ่านระบบ (ไม่ได้ถอนใช้เงินสด) เช่น ในเดือนนั้นไปซื้อสินค้าที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต 5,400 บาท จะได้เพิ่มเป็น 54,000 บาท เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงเลยยนะครับ คือ ปีละเพียง 400 บาท เท่านั้นเอง ผมเชียร์ให้ทุกท่านที่เป็นคนพิการไปทำบัตรนี้กันนะครับ เบื้องต้น ถ้าคุณพอดูแลตัวเองได้ คือ คุยรู้เรื่องนะครับ ไปเปิดบัญชี หรืออาจจะมีการเดินบัญชีอยู่แล้วกับกสิกรไทย สาขาไหนก็ได้ ผมเชียร์ให้ไปทำที่สาขา "นวมินทร์ซิตี้อเวนิว" ซึ่งตั้งอยู่ในพลาซ่า ที่ชื่อ นวมินทร์ซิตี้อเวนิว บนถนนเกษตร-นวมินทร์ ประมาณตอมหม้อที่ 120 กว่านี่ละครับ ถามหาผู้จัดการชื่อ คุณประสิทธิ์ ได้เลยนะครับ ท่านทราบดี คือถ้าเพื่อนๆ ไปสาขานี้ผมคิดว่าจะทำง่ายหน่อย ถ้าไปสาขาอื่นๆ อาจต้อพิจารณามากกว่าปกติ ครับ


สำหรับเรื่องการทำปรกันกับคนพิการนั้น ยังมีเรื่องน่าสนใจ และควรทำอีกมากมาย ผมจะทยอยเขียนบทความ เพื่อเป็นประโยชน์ต่ออเพื่อนๆ นะครับ อย่าลืมนะครับ ชีวิตคนเราทุกคนมีความเสี่ยง ความตาย หรืออุบัติเหตุนั้น เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนคือความแน่นอน เป็นสัจธรรม" ดั.นั้นถ้าเราจะต้องตาย ก็ไม่ควรทำให้คนข้างหลังเราลำบาก อย่างน้อยคุณก็ยังมีหลักประกัน เรื่องเงินที่จะให้ครอบครัวคนใกล้ชิดได้ทำศพ จัดงาน เหลือเงินไปใช้จ่ายบ้าง ถึงไม่มากก็ยังดี อย่าให้ชีวิตเราต้องตายฟรี หรือ สร้างภาระให้คนข้างหลัง ไม่สร้างความทุกข์ให้คนที่เรารัก หลังการจากไปก็จะดีกว่านะครับ

ครั้งหน้า ผมจะมาแนะนำอีกบัตรหนึ่งที่คุ้มครองกรณีเสียชีวิตนะครับ ควรทำอย่างมาก ถูกมากๆ ด้วยครับ แล้วพบกัน อย่าลืมตามอ่านนะครับ พี่น้องคนพิการ หรือญาติๆ ทีี่มีคนพิการในครอบครัวครับ

พิมพ์เมื่อ 16 มิถุนายน 2554

87 : ความรักของคนพิการ ที่บริษัท Bangkok Matching จัดให้ครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ บทความนี้อาจจะหาหัวข้อลงยากหน่อย แต่เนื่องจากเป็นเรื่องโดยตรงของคนพิิการที่ทาง Bangkok Matching ยินดีที่จะบริการให้กับคนพิการ ในการจับคู่ ค้นหาความรัก ให้กับคนพิการ ผมจึงขอนำบทความวางในหมวดหัวข้อ สิทธิ นะครับ ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมก็รู้สึกยินดีมากนะครับ ที่มีบริษัทจัดหาคู่ สนใจ และให้ความสำคัญกับความรักของคนพิการ และได้ติดต่อผมมาให้ร่วมกันช่วยประชาสัมพันธ์ ผมทำงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้กับคนพิการ ผมคิดว่า การค้นหาความรักของคนพิการ น่าจะยากกว่า การหารายได้อีกนะครับ


ตอนนี้มีบริษัทจัดหาคู่ มาอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนพิการแล้ว ถ้าท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อไปตามรายละเอียดที่แจ้งไว้นะครับ ท่านใดได้คู่แล้ว อย่าลืมแจ้งผมด้วยนะครับ วันแต่งงานผมจะได้ขอโอกาสไปร่วมเป็นเกียรติในงานด้วยครับ เพราะผมอยากให้ทุกคนมีความรักนะครับ รักแท้ ทำให้คนเราเวลาเหนื่อยก็หายเหนื่อยได้นะครับ ผมอยากเห็นทุกคนมีความรักครับ

พิมพ์เมื่อ 10 มิถุนายน 2554

86 : ไปลงทะเบียนสมัครสมาชิกรายปีของ TK Park มาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงนำมาแนะนำคนพิการทุกคนครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ผมได้ร่วมงานกับ TK Park บ่อยๆ มากว่า 2 ปีแล้ว เฉียดไปเฉียดมาบริเวณจุดลงทะเบียนสมัครสมาชิกทางด้านขวาของทางเข้า วันนี้ (29 เมษายน 2554) จึงเป็นโอกาสเหมาะ ขอทางน้องๆ เจ้าหน้าที่ให้ช่วยทำบัตรสมาชิกให้ ซึ่งก็ง่ายมากๆ นะครับ แค่แสดง "สมุดคนพิการ" หรือ "บัตรคนพิการ" เท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายนั้น ทางอุทยานการเรียนรู้ TK Park จะไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับคนพิการเลยครับ

ถ้าเพื่อนๆ คนพิการ ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาหาความรู้ที่นี่ได้ จะเพลิดเพลิน เพราะว่ามีหนังสือมากมาย เล่มนั้นก็อยากอ่าน เล่มนี้ก็น่าอ่าน ตลอดทั้งเดือนก็ยังมีนิทรรศการ มีงานแสดง ตามเอกสารแนะนำ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tkpark.or.th/tk/index.php

นำภาพตอนลงทะเบียนมาให้ดูครับ หวังว่าสิทธิในการเป็นสมาชิกฟรี ของอุทยานการเรียนรู้ TK Park จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ คนพิการบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ