42 : สารนิกเกิล ตกค้างในร่างกายผม

สารนิกเกิลตกค้างในร่างกายผม

ตอนนี้ผมจะขออธิบายถึง "โรค" ที่บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินเลยก็ได้ คืออาการที่เกิดจากมี "สารนิกเกิลตกค้าง" ในร่างกาย จนแสดงอาการเฉพาะโรคขึ้นมา

เริ่มเรื่องจาก พี่เลี้ยงที่ดูแลผม ขอลากลับบ้านเพื่อไปทำธุระ 6 วัน จึงจำเป็นต้องให้พี่พยาบาลมาช่วยดูแลประมาณ 3 วัน คือวันเว้นวัน โดยหลักคือเน้น เรื่องการขับถ่าย และเช็ดตัว-ทำความสะอาด และช่วงที่พี่พยาบาลมาดูแลให้นี้เอง ร่างกายของผมก็ยังปกติดีทุกอย่าง จนผ่านไป 1 วันสุดท้ายคือวันที่ 6 ของการกลับบ้านของ
พี่เลี้ยง เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พี่เลี้ยงก็จะมาถึง ปรากฏว่าคืนนั้น บริเวณมือ และเท้าของผมเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น คือมีผื่นสีแดง กระจายเต็มฝ่ามือ-ฝ่าเท้า นิ้ว ซอกนิ้ว

จากนั้นวันรุ่งขี้น ผื่นแดงที่เป็นตุ่มใต้ผิวหนังเริ่มปูดขึ้นมา อย่างเห็นได้ชัดเจน พื้นที่ที่ปูด-บวม-แดง เริ่มใกล้ชิดกัน จนดูเผินๆ แลวเป็นเนื้อเดียวกัน ต่อมาเริ่มปูดจนเป็นถุงน้ำ และแตกออก มีน้ำไหลเยิ้มออกมา ดูน่ากลัวมาก แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นแต่อย่างใด ไม่มีหนอง ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมค่อนข้างสบายใจนิดหน่อยว่า "คงไม่ติดเชื้อ" ครบ 15 วันจึงตัดสินใจไปพบคุณหมอพนิต ที่พญาไท 1

แต่ก่อนไปผมทำการบ้านไปก่อน โดยพยายามคิดว่า อาการที่แสดงออกมานั้น น่าจะเกิดจากสาเหตุใด อะไรเป็นต้นเหตุ และนำสิ่งที่คิดว่าจะเป็นสาเหตุไปด้วย เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรค ดังนี้

1. คิดว่าเกิดจาก " การไปอบรมความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ข้างนอก กลับมาแล้วไม่ได้นวดเท้า ไล่เลือด จากอาการขาบวม"

2. คิดว่า "ติดโรคผิวหนังจากนอกบ้าน" เพราะไม่ค่อยได้ออกนอกบ้าน ร่างกายอาจมีภูมิต้านทานต่ำ จึงติดโรคได้ง่าย

3. คิดว่าเกิดจาก "การทานอาหาร" ที่ไม่ค่อยได้ทานเป็นประจำเข้าไป อาจแพ้อาหารบางชนิด

4. และคิดว่า เกิดจากการแพ้ "น้ำยา หรือสบู่เหลว ที่ใช้ทำความสะอาดตัว" ซึ่งผมให้ความสำคัญกับข้อนี้มากที่สุด

ปรากฏว่า คุณหมอให้คำอธิบายว่า อาการที่ผมเป็นนั้น มีสาเหตุสำคัญจาก "สารนิกเกิล" มัน "ตกค้าง" ในร่างกายผมจนแสดงอาการ คือมันมาแสดงอาการในช่วงเวลานี้พอดี และมักจะเกิดขึ้นกับบริเวณ "มือ" และ "เท้า" เท่านั้น

ส่วนการที่สารนิกเกิลมาตกค้างในร่างกายผมได้นั้น คุณหมอบอกว่า เกิดจากการทานของหมักดองมากเกินไป เช่น ผลไม้ดองชนิดต่างๆ น้ำส้มสายชู เส้นขนมจีนที่มีการหมัก เป็นต้น ทำให้ผมนึกย้อนอดีตไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก บ้านผมเป็นร้านโชวห่วย ขายของทุกอย่าง มีตู้เย็นด้วย และขายผลไม้ดอง เช่น มะม่วงดองเสียบไม้ องุ่นดอง มะขามดอง มะดันดอง มะยมดอง พุทราดอง มะกอกดอง เป็นต้น

ผมจำได้ว่า เวลาจะไปโรงเรียน ก็หยิบมากำมือหนึ่ง หรือชิ้นหนึ่ง กินทุกวัน กลับมาจากโรงเรียนก็กิน จะออกจากบ้านไปซื้อของที่ตลาดก็กิน คือกินบ่อยมากในแต่ละวัน กินทุกวัน ตั้งแต่ ป.5 จนถึง ม.4 พอเลิกขาย เห็นเป็นรถเข็นข้างถนนก็จะซื้อกินเช่นกัน ส่วนน้ำส้มสายชูก็ของชอบ ถ้ากินก๋วยเตี๋ยวก็ 1-2 ช้อนโต๊ะ ขนมจีนน้ำยา จำได้ว่ากินทุกอาทิตย์ เพราะบ้านใกล้ตลาด มีเจ้าที่ทำอร่อย ช่วง ม.ต้นกินแทบทุกวันเหมือนกันครับ กินตอนเช้าก่อนไปเรียน

นั่นแหละครับสาเหตุที่ทำให้มีนิกเกิล สะสมในร่างกายผมมาก คงมากกว่าคนอื่น ส่วนคำอธิบายถึงอาการของโรค เท่าที่ผมจับใจความได้นั้น คือ "สารนิกเกิล" จะไปทำให้ผิวหนังชั้นในของร่างกาย "เกิดโพรง" ทำให้ "น้ำในร่างกาย" ถูกดันทะลุผ่านเนื้อเยื่อชั้นในมาอยู่ที่ "ผิวหนัง" จึงทำให้เห็นเป็นเนื้อปูดออกมา และมวันจะมารวมตัวกันเป็นถุงน้ำ ไม่เป็นอันตรายอะไร แค่ดูแลให้แผลสะอาดในเบื้องต้น และทานยาที่คุณหมอให้ก็จะดีขึ้น งดทานของหมักดองทุกชนิด ห้ามกินขนมจีน กินก๋วยเตี๋ยวห้ามใส่น้ำส้มสายชู


ลักษณะผื่นแดง เนื้อปูดที่มือ

อาการแสดงที่ง่ามนิ้วมือ


อาการตุ่มปูดที่บริเวณนิ้ว

อีกภาพที่พึ่งเริ่มแสดงอาการ เป็นผื่นแดงใต้ผิวหนัง และคันด้วย



ลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นบริเวณง่ามนิ้วเท้า

ที่เห็นเป็นสะเก็ด เกิดจากหลังจากเจาะถุงน้ำแล้ว ผิวหนังจะกลายเป็นเนื้อตาย หนา สีน้ำตาลเข้ม และลอกออกเป็นสะเก็ดในที่สุด
ตอนหน้าจะนำเรื่องอะไรมาเล่าให้อ่านกัน ช่วยติดตามกันด้วยครับ
ขอบคุณครับ
mobile : 086-314-7866
Tel. & Fax.: 02-924-2726
update : June 20, 2007

41 : ความน่ากลัวของการติดเชื้อ

วันที่ 14 มิถุนายน 2550 ผมได้ทราบข้อมูลจากพี่ที่รู้จักกันมานาน คือพี่อุ้ย ที่ต่อสู้เรียกร้องให้มีการพัฒนางานทางด้านการแพทย์ในองค์รวม ตามมุมมองของผมนะครับ แล้วได้ทราบข้อมูลว่า มีประธานสมาคมคนพิการนานาชาติ หรือระหว่างประเทศเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลในวันที่ 7 มิถุนายน 2550 อย่างปัจจุบันทันด่วน สอบถามข้อมูล กลับเป็นผู้ใหญ่ที่ผมรู้จัก จึงอยากจะเขียนให้ผู้อ่านได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับ " การติดเชื้อ " ว่ามันน่ากลัวมากครับ

ผู้ใหญ่ท่านนี้ ประสบอุบัติเหตุเหมือนผม เป็น case อาการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง (spinal cord injury) บริเวณ C6-7 ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อโรคหลายประเภทมากกว่าคนปกติ (ผมได้เขียนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อโรคของผู้ป่วยกลุ่มนี้ไว้ 3 ตอนคือ ความเสี่ยงต่อโรคของผู้ทุพพลภาพตอน 1, ตอน 2, ตอน 3) ซึ่งหนึ่งในความเสี่ยงของโรค คือ " การติดเชื้อที่ปอด " และ " การติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ "

ผู้ใหญ่ท่านนี้ มุ่งมั่นทำงานเพื่อยกระดับให้คนพิการ สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ง่ายกว่าปัจจุบัน คือท่านมีแนวคิดที่จะผลักดันให้ รัฐหันมาให้ความสำคัญในการปรับสภาพของสังคม ให้เอื้อต่อการที่จะให้คนพิการออกมาใช้ชีวิตได้มากขึ้น เหมือนคนปกติ ในสังคมโดยไม่ต้องเป็นภาระ เพราะจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าคนพิการจะไม่อยากออกมาสู่โลกภายนอกนะครับ เพียงแต่สถานที่สาธารณะต่างๆ ไม่เอื้ออำนวยนั่นเอง ดังนั้นคนพิการจึงกลายเป็นภาระทันที ที่คิดจะออกมาข้างนอกครับ

ผมได้โทรศัพท์ไปคุยกับภรรยาของผู้ใหญ่ท่านนี้ ถึงสาเหตุการเสียชีวิต ได้ความวโดยประมาณว่า เนื่องจากผู้ใหญ่ท่านนี้มีภารกิจมากอยู่แล้ว และได้เดินทางไปปฏิบัติงานที่ประเทศบังคลาเทศ จนเป็นไข้หวัดทำให้เป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ปอด และเนื่องจากปอดของผู้ป่วยกลุ่มนี้ (ซึ่งก็รวมถึงผมด้วย) ก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว จนทำให้ขณะอยู่โรงพยาบาลเกิดอาการ " ปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน "

ส่วนเรื่องการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ผมกล่าวถึงสาเหตุเอาไว้ใน ตอนการติดเชื้อในโรงพยาบาล ผมเข้าใจว่าผู้ใหญ่ท่านนี้คงจะคิดเชื้อจากการที่มีการอั้นปัสสาวะ หรือร่างกายอ่อนแอลง ทำให้มีอาการเป็นไข้ ซึ่งอาการไข้มักบ่งบอกถึงการติดเชื้อ จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง ที่โรงพยาบาล

ผมต้องเสียใจกับครอบครัวของท่านด้วย รวมถึงองค์กรที่ท่านดูแลอยู่

ผมอยากให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ที่เป็นทุพพลภาพ ให้ความสำคัญกับการติดเชื้อมากๆ นะครับ สำคัญมาก ญาติๆ หรือคนดูแล ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ระมัดระวัง เอาใจใส่ และสามารถศึกษาได้จากลิงค์ต่างๆ ข้างในบทความ หรืออ่านย้อนหลังในตอนที่เกี่ยวข้องได้ครับ

ขอบคุณครับ

ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 086-314-7866
Tel..& Fax.: 02-924-2726
email : preeda.limnontakul@gmail.com
update : June 15, 2007